ข้อมูลส่วนที่ 1

เลขที่คำขอ : 1403001511

วันที่ขอ : 18 Nov 2557

วันที่รับคำขอ : 18 Nov 2557

เลขที่ประกาศ : 11485

วันที่ประกาศ : 13 May 2559

เล่มที่ประกาศ :

เลขที่สิทธิบัตร : 11485

วันที่จดทะเบียน : 13 May 2559

เอกสารประกาศโฆษณา : Download File

ข้อมูลส่วนที่ 2

ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตร : มหาวิทยาลัยมหิดล

ตัวแทน : นางสาวพลอยพรรณ จิตรแจ้ง

ผู้ประดิษฐ์/ออกแบบ : ผศ.ดร.นิทัศน์ สุขรุ่ง, รศ.พญ.อัญชลี ตั้งตรงจิตร, ศ.ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา, ศ.พญ.ฉวีวรรณ บุนนาค

ชื่อผลิตภัณฑ์/สิ่งประดิษฐ์ : กรรมวิธีผลิตน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้จากขนสุนัขและแมว

สถานะสุดท้าย : ประกาศโฆษณาคำขอรับสิทธิบัตร

วันที่ตามสถานะ : 15 Jul 2559

IPC/ID

A61K 35/00

บทสรุปการประดิษฐ์ซึ่งจะปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา Read File :         กรรมวิธีผลิตน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้จากขนสุนัขและแมว เพื่อใช้ในการทดสอบ และประเมินสภาวะภูมิแพ้ขนสุนัขและแมว หรือใช้เป็นส่วนประกอบของวัคซีนโรคภูมิแพ้ขนสุนัข และแมวที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่แพ้ขนสุนัขและแมว ประกอบด้วยขั้นตอนของการเตรียมวัตถุดิบ และสารเคมีที่ใช้ ขั้นตอนของกรรมวิธีสกัดสารสกัดหยาบจากขนของสุนัขและแมว และขั้นตอน ของการวัดปริมาณโปรตีน โดยการนำไปใช้หลักจากที่มีการวัดปริมาณ โปรตีนแล้วจะมีการเตรียม เพื่อการนำไปใช้อย่างเหมาะสมด้วยการเติมสารละลายฟอสเฟตบับเฟอร์ซาลีน (PBS) ที่ผสมหรือไม่ ผสมปีนอล (Phenol) ก็ได้

ข้อถือสิทธิ์ (ข้อที่หนึ่ง) ซึ่งจะปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา : แก้ไข 10/04/58 1. กรรมวิธีผลิตน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้จากขนของสุนัขและแมว เพื่อใช้เตรียมสาร ก่อภูมิแพ้มาตรฐานที่ใช้ในการทดสอบและประเมินสภาวะภูมิแพ้และใช้เป็นส่วนประกอบของ วัคซีนโรคภูมิแพ้ขนของสุนัขและแมวที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่แพ้ขนของสุนัขและแมว ประกอบด้วยขั้นตอนของ - ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบที่ใช้ ได้แก่ ขนของสุนัขและแมวและสารเคมีที่ใช้ - ขั้นตอนการสกัดสารก่อภูมิแพ้จากขนของสุนัขและแมว - ขั้นตอนการวิเคราะห์ปริมาณ โปรตีนในสารสกัดหยาบที่ได้ มีลักษณะพิเศษคือ เป็นกรรมวิธีผลิตน

แท็ก :

ข้อมูลส่วนที่ 3

เอกสารข้อถือสิทธิ์ Read File

เอกสารแบบพิมพ์คำขอ Read File

เอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์ Read File

ภาพเขียนRead File

แบบพิมพ์คำขอ Read File

ข้อถือสิทธฺ์ (ทั้งหมด) ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา :

แก้ไข 10/04/58 1. กรรมวิธีผลิตน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้จากขนของสุนัขและแมว เพื่อใช้เตรียมสาร ก่อภูมิแพ้มาตรฐานที่ใช้ในการทดสอบและประเมินสภาวะภูมิแพ้และใช้เป็นส่วนประกอบของ วัคซีนโรคภูมิแพ้ขนของสุนัขและแมวที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่แพ้ขนของสุนัขและแมว ประกอบด้วยขั้นตอนของ - ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบที่ใช้ ได้แก่ ขนของสุนัขและแมวและสารเคมีที่ใช้ - ขั้นตอนการสกัดสารก่อภูมิแพ้จากขนของสุนัขและแมว - ขั้นตอนการวิเคราะห์ปริมาณ โปรตีนในสารสกัดหยาบที่ได้ มีลักษณะพิเศษคือ เป็นกรรมวิธีผลิตน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้ขนของสุนัขและแมวที่ ได้จากการโกนขนของสุนัขหรือแมวที่สุขภาพดี โดยการโกนให้ผิวหนังส่วนหนังกำพร้าติดมาด้วย แล้วนำตัวอย่างขนของสุนัขหรือแมวมาสกัดเอาโปรตีนทั้งหมด 2. กรรมวิธีผลิตน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้จากขนของสุนัขและแมวตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ ซึ่ง ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบที่ใช้ ประกอบด้วยขั้นตอนของ - ทำการโกนขนของสุนัขหรือแมวที่สุขภาพดีโดยสัตว์แพทย์ โดยการโกนให้ผิวหนัง ส่วนหนังกำพร้าติดมาด้วย - นำตัวอย่างขนของสุนัขหรือแมวมาสกัดเอาโปรตีนทั้งหมด ด้วยสารละลายฟอสเฟต บัฟเฟอร์ซาลีน (Phoshate buffer saline, PBS) pH 7.4 ที่มีเกลือโซเดียมคลอไรด์ (Sodium Chloride) และทวีน-20 (Tween-20) ผสมอยู่ ร้อยละ 0.9 และ 0.1 ตามลำดับ (การเตรียมฟอสเฟตบัฟเฟอร์ซาลีน(PBS buffer) ใช้น้ำกลั่นบริสุทธิ์ที่ปลอดสารเอน โดทอกซิน (Endotoxin-free)) เรียกสารละลายบัฟเฟอร์นี้ว่า พีบีเอสที (PBST buffer) โดยใช้ขนสัตว์ปริมาณ 1 กรัม ต่อบัฟเฟอร์พีบีเอสที (PBST buffer) 40 มิลลิลิตร (อัตราส่วน 1 ต่อ 40 ของน้ำหนักต่อปริมาตร) แล้วนำไปหมุนที่อุณหภูมิ 4 ถึง 8 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2 ชั่วโมง 3. กรรมวิธีผลิตน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้จากขนของสุนัขและแมวตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่ง ขั้นตอนการสกัดสารก่อภูมิแพ้จากขนของสุนัขและแมว ประกอบด้วยขั้นตอนของ - เก็บแยกเอาขนสุนัขหรือแมวออกโดยการบีบขนด้วยมือขั้นตอนของ - นำส่วนของเหลวไปปั่นแยกเศษขนและสารแขวนลอยบางส่วนที่ยังเหลืออยู่ออกที่ ความเร็ว 1,000 จี (g) ที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10 นาที - เก็บเฉพาะส่วนของเหลว (เรียกว่า สารสกัดหยาบ) - นำสารสกัดหยาบไปไดอะไลซ์ (Dialyze) ด้วยน้ำกลั่นปลอดสารเอนโดทอกซิน (Endotoxin-free) ที่อุณหภูมิ 4-8 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 16-24 ชั่วโมง โดยใช้ เมมเบรนรีเจนเนอเรทเซลลูโลสสเปคตราพอร์ 6 (Spectra/Por? 6 regenerated cellulose dialysis membrane) ในอัตราส่วน 3.3 มิลลิเมตร ต่อ 1 มิลลิลิตร โดยทำการ เปลี่ยนน้ำกลั่นอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง ทุกๆ 3 ชั่วโมง - นำสารสกัดที่ไดอะไลซ์ (Dialyze) แล้ว ออกจากถุง แล้วทำให้ปลอดเชื้อด้วยการ   กรองผ่านเยื่อปลอดเชื้อที่รูขนาด 0.22 ไมโครเมตร - แบ่งใส่ลงในหลอดปั่นพลาสติกที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ขนาด 50 มิลลิลิตร หลอดละ   ประมาณ 10 ถึง 20 มิลลิลิตร วงหลอดในแนวนอนให้หลอดเอียงเล็กน้อย   แล้วนำไปแช่เข็งที่ -80 องศาเซลเซียส จนสารสกัดหยาบจะแข็งตัวเป็นแสลนท์    (Slant) ทั้งหมด - นำสารสกัดที่แช่แข็งแล้วนำไปไลโอฟิไลซ์ (Lyophilized) ให้แห้ง 4. กรรมวิธีผลิตน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมแพ้จากขนของสุนัขและแมวตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งการวิเคราะห์ปริมาณ โปรตีนของสารสกัดหยาบ ใช้วิธีแบรดฟอร์ด (Bradford Protein Assay) หรือวิธีอื่นใดก็ได้ในหน่วยของการวัดไนโตรเจนในโปรตีน (Protein nitrogen unit : PNU) ----------------------------------------------------------------             1. กรรมวิธีผลิตน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้จากขนสุนัขและแมว เพื่อใช้เตรียมสาร ก่อภูมิแพ้มาตรฐานที่ใช้ในการทดสอบและประเมินสภาวะภูมิแพ้และใช้เป็นส่วนประกอบของ วัคซีนโรคภูมิแพ้ขนของสุนัขและแมวที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่แพ้ขนของสุนัขและแมว ประกอบด้วย ขั้นตอนของ                 -ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบที่ใช้ ได้แก่ ขนของสุนัขและแมวและสารเคมีที่ใช้                 -ขั้นตอนการสกัดสารก่อภูมิแพ้จากขนของสุนัขและแมว                 -ขั้นตอนการวิเคราะห์ปริมาณโปรตีนในสารสกัดหยาบที่ได้                มีลักษณะพิเศษคือ เป็นกรรมวิธีผลิตน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้ขนของสุนัขและแมวที่ ได้จากการโกนของสุนัขหรือแมวที่สุขภาพดี โดยการโกนให้ผิวหนังส่วนหนังกำพร้าติดมาด้วย และนำตัวอย่างขนของสุนัขหรือแมวมาสกัดเอาโปรตีนทั้งหมด                2. กรรมวิธีผลิตน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้จากขนสุนัขและแมวตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ ซึ่ง ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบที่ใช้ ประกอบด้วยขั้นตอนของ              - ทำการโกนขนของสุนัขหรือแมวที่สุขภาคดีโดยสัตว์แพทย์ โดยการโกนให้ผิวหนัง                 ส่วนหนังกำพร้าติดมาด้วย              - นำตัวอย่างขนของสุนัขหรือแมวมาสกัดเอาโปรตีนทั้งหมด ด้วยสารละลายฟอสเฟต                บัฟเฟอร์ซาลีน (Phosphate buffer saline, PBS) pH7.4 ที่มีเกลือโซเดียมคลอไรด์                (Sodium Chloride) และทวีน-20 (Tween-20) ผสมอยู่ร้อยละ 0.9 และ 0.1 ตามลำดับ                (การเตรียมฟอสเฟตบัฟเฟอร์ซาลีน (PBS buffer) ใช้น้ำกลั่นบริสุทธิ์ที่ปลอดสารเอน                โดทอกซิน (Endotoxin-free)) เรียกสารละลายบัฟเฟอร์นี้ว่า พีบีเอสที (PBST buffer)                โดยใช้ขนสัตว์ปริมาณ 1 กรัม ต่อบัฟเฟอร์พีบีเอสที (PBST buffer) 40 มิลลิลิตร                (อัตราส่วน 1 ต่อ 40 ของน้ำหนักต่อปริมาตร) แล้วนำไปหมุนที่อุณหภูมิ 4 ถึง 8                องสาเซลเซียยส เป็นเวลา 2 ชั่วโมง               3. กรรมวิธีผลิตน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้จากขนสุนัขและแมวตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ ซึ่ง ขั้นตอนการสกัดสารก่อภูมิแพ้จากขนของสุนัขและแมว ประกอบด้วยขั้นตอนของ              - เก็บแยกเอาขนสุนัขหรือแมวออกโดยการบีบขนด้วยมือที่สวมถุงมือ              - นำส่วนของเหลวไปปั่นแยกเศษขนและสารแขวนลอยบางส่วนที่ยังเหลืออยู่ออกที่               ความเร็ว 1,000 (g) ที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10 นาที              - เก็บเฉพาะส่วนของเหลว (เรียกว่า สารสกัดหยาบ)              - นำสาร สกัดหยาบไปไดอะไลซ์ (Dialyze) ด้วยน้ำกลั่นปลอดสารเอนโดทอกซิน               (Endotoxin-free) ที่อุณหภูมิ 4-8 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 16-24 ชั่วโมง โดยใช้               เมมเบรนรีเจนเนอเรทเซลลูโลสสเปคตราพร์ 6 (Spectra/Por R 6 regenerated               Cellulose dialysis membrane) ในอัตราส่วน 3.3 มิลลิเมตร ต่อ 1 มิลลิลิตร โดยทำการ               เปลี่ยนน้ำกลั่นอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง ทุกๆ 3 ชั่วโมง             - นำสารสกัดที่ไดอะไลซ์ (Dialyze) แล้ว ออกจากถุง แล้วทำให้ปลอดเชื้อด้วยการ               กรองผ่านเยื่อปลอดเชื้อที่มีรูขนาด 0.22 ไมโครเมตร             - แบ่งใส่ลงในหลอดปั่นพลาสติกที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ขนาด 50 มิลลิลิตร หลอดละ               ประมาณ 10 ถึง 20 มิลลิลิตร วางหลอดในแนวนอนให้หลอดเอียงเล็กน้อย               แล้วนำไปแช่แข็งที่ -80 องศาเซลเซียส จนสารสกัดหยาบจะแข็งตัวเป็นแสลนท์               (Slant) ทั้งหมด             - นำสารสกัดที่แช่แข็งแล้วนำไปไลโอฟิไลซ์ (Lyophilized) ให้แห้ง                         4. กรรมวิธีผลิตน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้จากขนสุนัขและแมวตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่ง การวิเคราะห์ปริมาณ โปรตีนของสารสกัดหยาบ ใช้วิธีแบรดฟอร์ด (Bradford Protein Assay) หรือวิธีอื่นใดก็ได้ในหน่วยของการวัดไนโตรเจนในโปรตีน (Protein nitrogen unit : PNU)