ข้อมูลส่วนที่ 1

เลขที่คำขอ : 1703001930

วันที่ขอ : 28 Sep 2560

วันที่รับคำขอ : 28 Sep 2560

เลขที่ประกาศ : 14960

วันที่ประกาศ : 27 Feb 2562

เล่มที่ประกาศ : 2 / 2562

เลขที่สิทธิบัตร : 14960

วันที่จดทะเบียน : 27 Feb 2562

เอกสารประกาศโฆษณา : Download File

เอกสารคำขอ ณ วันประกาศโฆษณา Download File

ข้อมูลส่วนที่ 2

ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตร : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, บริษัทคอร์ดี้ไบโอเทค จำกัด

ตัวแทน : นางสาวปุณนมาส ธรรมรัตน์, นางธิดารัตน์ ทวาเรศเรืองคาม

ผู้ประดิษฐ์/ออกแบบ : นางวรวัลย์ วอร์โร, นายชาญ เมฆธน

ชื่อผลิตภัณฑ์/สิ่งประดิษฐ์ : สูตรน้ำมันงาที่อยู่ในรูปผงเอ็นแคปซูเลตและกรรมวิธีการผลิต

สถานะสุดท้าย : ระหว่างการจัดทำเอกสารตอบรับและจัดส่งเอกสาร

วันที่ตามสถานะ : 14 Jun 2562

IPC/ID

A23D 9/007

A23D 9/06

บทสรุปการประดิษฐ์ซึ่งจะปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา Read File : ------26/06/2561------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ สูตรนํ้ามันงาที่อยู่ในรูปผงเอ็นแคปชูเลตและกรรมวิธีการผลิต เป็นการทำให้น้ำมันงา (จาก งาทุกชนิด) ทั้งที่ได้จากการสกัดด้วยตัวทำละลาย (solvent) การต้มด้วยน้ำร้อน หรือ ที่ได้จากการ บีบอัดเมล็ดงาหรือที่เรียกว่าสกัดเย็นในปริมาณ 60.0-80.0 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก กระจายตัวเป็น สารแขวนลอยในนํ้า (Oil in water) ในรูปของอีมัลชั่น (emulsion) โดยใช้อิมัลซิไฟเออร์ 0.5-1.0 เปอร์เซ็นต์โดยนํ้าหนัก สารใช้เคลือบหรือห่อหุ้มเพือเคลือบหรือห่อหุ้มละอองน้ำมัน 5.0-9.0 เปอร์เซ็นต์โดยนํ้าหนัก และสารเติม 10.0-30.0 เปอร์เซ็นต์โดยนํ้าหนัก แล้วทำการระเหยนํ้าออกให้ แห้งด้วยการพ่นผ่านลมร้อน (สเปร์ดราย) ทีอุณหภูมิไม่สูงมาก ทำให้สามารถนำไปใชผสมร่วมกับ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่นที่อยู่ในรูปผง เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นตำรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ กว้างขวางขึ้นแล้วสามารถบรรจุในแคปซูล หรืออัดเป็นเม็ดได้ ไม่จำกัดอยู่เฉพาะในรูปของแคปซูล เจลนํ้ามันเท่านั้น ทำให้การเก็บรักษาสะดวกขึ้น และอายุการเก็บรักษาก็นานขึ้นด้วย ------------      น้ำมันงาที่อยู่ในรูปผงเอ็นแคปซูเลตและกรรมวิธีการผลิต เป็นการทำให้น้ำมันงา (จากงา ทุกชนิด) ทั้งที่ได้จากการสกัดด้วยตัวทำละลาย (solvent) การต้มด้วยน้ำร้อน หรือ ที่ได้จากการบีบ อัดเมล็ดงาหรือที่เรียกว่าสกัดเย็นในปริมาณ 60.0-80.0 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก กระจายตัวเป็นสาร แขวนลอยในน้ำ (Oil in water) ในรูปของอีมัลซั่น (emulsion) โดยใช้อิมับซิไฟเออร์ 0.5-1.0 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก สารใช้เคลือบหรือห่อหุ้มเพื่อเคลือบหรือห่อหุ้มละอองน้ำมัน 5.0-9.0 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก และสารเติม 10.0-30.0 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก แล้วทำการระเหยน้ำออกได้ แห้งด้วยการพ่นผ่านลมร้อน (สเปร์ดราย) ที่อุณหภูมิไม่สูงมาก ทำให้สามารถนำไปใช้ผสมร่วมกับ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่นที่อยู่ในรูปผล เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นตำรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ กว้างขวางขึ้นแล้วสามารถบรรจุในแคปซูล หรืออัดเป็นเม็ดได้ ไม่จำกัดอยู่เฉพาะในรูปของแคปซูล เจลน้ำมันเท่านั้น ทำให้การเก็บรักษาสะดวกขึ้น และอายุการเก็บรักษาก็นานขึ้นด้วย

ข้อถือสิทธิ์ (ข้อที่หนึ่ง) ซึ่งจะปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา : ------26/06/2561------(OCR)                            หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ        1. สูตรนํ้ามันงาที่อยู่ในรูปผงเอ็นแคปซูเลต ประกอบด้วย                 น้ำมันงา              

แท็ก :

สถานะคำขอ

ข้อมูลส่วนที่ 3

เอกสารข้อถือสิทธิ์ Read File

หนังสือสำคัญจดทะเบียน Read File

เอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์ Read File

ภาพเขียนRead File

ข้อถือสิทธฺ์ (ทั้งหมด) ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา :

------26/06/2561------(OCR)                            หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ        1. สูตรนํ้ามันงาที่อยู่ในรูปผงเอ็นแคปซูเลต ประกอบด้วย                 น้ำมันงา                           60.0 - 80.0เปอร์เซ็นต์โดยนํ้าหนัก                 อิมัลซิไฟเออร์ (emulsifier)     0.5 - 1.0เปอร์เซ็นต์โดยนํ้าหนัก                 สารใช้เคลือบหรือห่อหุ้ม           5.0 - 9.0เปอร์เซ็นต์โดยนํ้าหนัก                 สารเติม (filler)                   10.0 - 30.0เปอร์เซ็นต์โดยนํ้าหนัก         โดย อิมัลซิไฟเออร์ (emulsifier) เลือกได้จาก โมโนกลีเชอไรด์กลั่น (Distilled Monoglycerides), โมโน ไดกลีเซอไรด์ (Mono-diglycerides), ชูการ์ เอสเตอร์ (Sugar Ester), โพรพิ ลีน ไกลคอล เอสเตอร์ ของกรดไขมัน (Propylene Glycol Esters of fatty acids), ซอร์บิแทน โมโนส เตอเรต (Sorbitan Mono Stearate), ซอร์บิแทน ไตรสเตอเรต (Sorbitan Tristearate), แลคทิเลต โมโน กลีเซอไรด์ (Lactylated Monoglycerides), อะซิทิเลต โมโนกลเซอไรด์ (Acetylated Monoglycerides) อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือผสมรวมกัน        สารใช้เคลือบหรือห่อหุ้ม เลือกได้จาก กลูเตน เคซีน แป้งแปรรูป (Modified starch) อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือผสมรวมกัน        สารเติม เลือกได้จาก นํ้าตาลเด็กโตรส น้ำตาลแลคโตส นํ้าตาลมอลโตส มอลโตเด็กซ์ ตริน อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือผสมรวมกัน        2.สูตรนํ้ามันงาที่อยู่ในรูปผงเอ็นแคปซูเลต ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง น้ำมันงา สามารถ เลือกได้จาก นํ้ามันงาดำ นํ้ามันงาขาว นํ้ามันงาขี้ม้อน อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือผสมรวมกัน        3. สูตรนํ้ามันงาที่อยู่ในรูปผงเอ็นแคปซูเลต ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 ที่ซึ่ง นํ้ามันงาผลิต ได้จากการสกัดด้วยตัวทำละลาย (solvent) การต้มด้วยนํ้าร้อน การบีบอัด การสกัดเย็น อย่างใดอย่าง หนึ่ง หรือร่วมกัน        4.สูตรนํ้ามันงาที่อยู่ในรูปผงเอ็นแคปซูเลต ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ ซึ่ง นํ้ามันงาที่เหมาะสมที่สูด คือ นํ้ามันงาที่ผลิตได้จากการสกัดเย็น       5. สูตรนํ้ามันงาที่อยู่ในรูปผงเอ็นแคปซูเลต ตามข้อถือสิทธิที่ 1 - 4 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง สารใช้เคลือบหรือห่อหุ้ม ประเภทแป้งแปรรูป เลือกได้จาก แป้งมัน แป้งช้าวโพด แป้งสาลี อย่างใด อย่างหนึ่ง หรือผสมรวมกัน       6. กรรมวิธีการผลิตนํ้ามันงาที่อยู่ในรูปผงเอ็นแคปชูเลต ตามข้อลือสิทธิที่ 1 - 5 ข้อใดข้อ หนึ่ง ที่ซึ่ง ประกอบด้วย            ก. ละลายอิมัลซิไฟเออร์ในนํ้ามันงา แล้วให้ความร้อนที่อุณหภูมิ 60 - 65 องศา                เซลเซียส เป็นระยะเวลา 40-60 นาที                        หน้า 2 ของจำนวน 2 หน้า ข. ละลายสารที่ใช้เคลือบหรือห่อหุ้ม และสารเติม (filler)lนนำ โดยใชนำใน     ปริมาณ 40-50% ของปริมาณส่วนผสมทั้งหมด แล้วให้ความร้อนทีอุณหภูมิ 60     - 65 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 40-60 นาที ค. เติมสารที่ได้จากข้อ ก. ลงในสารละลายที่ได้จากข้อ ข. แล้วใช้เครื่องผสมแบบ     ความเร็วรอบสูง (Homogenizer) ความเร็วรอบระหว่าง 6,000 - 8,000 รอบต่อ     นาที ผสมที่อุณหภูมิ 60 - 65 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 30-40 นาที จะได้     สารละลายในรูปอิมัลชั่น (emulsion) ง. นำสารอิมัลชั่นที่ได้จากข้อ ค. ไประเหยนํ้าออกให้แห้งด้วยการพ่นผ่านลนร้อน     (Spray Dry) โดยใช้อุณหภูมิขาเข้าที่ 150 - 180องศาเซลเซียส และอุณหภูมิขา     ออกที่ 90 -100 องศาเซลเซียส ------------      1.น้ำมันงาที่อยู่ในรูปผงเอ็นแคปซูเลต ประกอบด้วย           น้ำมันงา                                  60.0-80.0     เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก           อิมัลซิไฟเออร์ (emulsifier)           0.5-1.0       เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก           สารใช้เคลือบหรือห่อหุ้ม                5.0-9.0      เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก           สารเติม (filler)                          10.0-30.0    เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก      โดย อิมัลซิไฟเออร์ (emulsifier) เลือกได้จาก โมโนกลีเซอไรด์กลั่น (Distilled Monoglycrtides), โมโนไดกลีเซอไรด์ (Mono-diglycerides), ชูการ์ เอสเตอร์ (Sugar Ester),โพรพิ ลีน ไกลคอล เอสเตอร์ ของกรดไขมัน (Propylene Glycol Esters of fatty acids), ซอร์บิแทน โมโนส เตอเรต (Sorbitan Mono Stearate), ซอร์บิแทน ไตรสเตอเรต (Sorbitan Tristearate), แลคทิเลต โมโน กลีเซอไรด์ (Lactylated Monoglycerides), อะซิทิเลต โมโนกลีเซอไรด์ (Acetylated Monoglycerides) อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือผสมรวมกัน      สารใช้เคลือบหรือห่อหุ้ม เลือกได้จาก กลูเตน เคซีน แป้งแปรรูป (Modified starch) อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือผสมรวมกัน      สารเติม เลือกได้จาก น้ำตาลเด็กโตรส น้ำตาลแลคโตส น้ำตาลมอลโตส มอลโตเด็กซ์ ตริน อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือผสมรวมกัน      2.น้ำมันงาที่อยู่ในรูปผงเอ็นแคปซูเลต ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง น้ำมันงา สามารถเลือก ได้จาก น้ำมันงาดำ น้ำมันงาขาว น้ำมันงาขี้ม้อน อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือผสมรวมกัน      3.น้ำมันงาที่อยู่ในรูปผงเอ็นแคปซูเลต ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 ที่ซึ่ง น้ำมันงาผลิตได้ จากสารสกัดด้วยตัวทำละลาย (solvent) การต้มด้วยน้ำร้อน การบีบอัด การสกัดเย็น อย่างใดอย่าง หนึ่ง หรือร่วมกัน      4.น้ำมันงาที่อยู่ในรูปผงเอ็นแคปซูเลต ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง น้ำมันงาที่เหมาะสมที่สุด คือ น้ำมันงาที่ผลิตได้จากการสกัดเย็น      5.น้ำมันงาที่อยู่ในรูปผงเอ็นแคปซูเลต ตามข้อถือสิทธิที่ 1-4 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง สารใช้ เคลือบหรือห่อหุ้ม ประเภทแป้งแปรรูป เลือกได้จาก แป้งมัน แป้งข้าวโพด แป้งสาลี อย่างใดอย่าง หนึ่ง หรือผสมรวมกัน      6.กรรมวิธีการผลิตน้ำมันงาที่อยู่ในรูปผงเอ็นแคปซูเลต ตามข้อถือสิทธิที่ 1-5 ข้อใดข้อ หนึ่ง ที่ซึ่ง ประกอบด้วย           ก.ละลายอิมัลซิไฟเออร์ในน้ำมันงา แล้วให้ความร้อนที่อุณหภูมิ 60-65 องศา              เซลเซียส เป็นระยะเวลา 40-60 นาที           ข.ละลายสารที่ใช้เคลือบหรือห่อหุ้ม และสารเติม (filler) ในน้ำ โดยใช้น้ำใน              ปริมาณ 40-50% ของปริมาณส่วนผสมทั้งหมด แล้วให้ความร้อนที่อุณหภูมิ 60              -65 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 40-60 นาที           ค.เติมสารที่ได้จากข้อ ก. ลงในสารละลายที่ได้จากข้อ ข.แล้วใช้เครื่องผสมแบบ              ความเร็วรอบสูง (Homogenizer) ความเร็วรอบระหว่าง 6,000-8,000 รอบต่อ              นาที ผสมที่อุณหภูมิ 60-65 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 30-40 นาที จะได้              สารละลายในรูปอิมัลชั่น (emulsion)           ง.นำสารอิมัลชั่นที่ได้จากข้อ ค. ไประเหยน้ำออกให้แห้งด้วยการพ่นผ่านลมร้อน              (Spray Dry) โดยใช้อุณหภูมิขาเข้าที่ 150-180 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิขา              ออกที่ 90-100 องศาเซลเซียส