ข้อมูลส่วนที่ 1

เลขที่คำขอ : 0803001236

วันที่ขอ : 15 Oct 2551

วันที่รับคำขอ : 15 Oct 2551

เลขที่ประกาศ : 8139

วันที่ประกาศ : 12 Jul 2556

เล่มที่ประกาศ : 7 / 14

เลขที่สิทธิบัตร : 8139

วันที่จดทะเบียน : 12 Jul 2556

เอกสารประกาศโฆษณา : Download File

ข้อมูลส่วนที่ 2

ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตร : มหาวิทยาลัยศิลปากร

ตัวแทน : นายชัยรัตน์ จิตตสินนวา

ผู้ประดิษฐ์/ออกแบบ : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต อินณวงศ์, นางสาวอัญชลี เรืองเดช

ชื่อผลิตภัณฑ์/สิ่งประดิษฐ์ : กรรมวิธีการลดจำนวนเชื้อจุลินทรีย์และกลิ่นหืนในผลิตภัณฑ์งาคั่ว

สถานะสุดท้าย : คณะกรรมการสิทธิบัตรสั่งเพิกถอนคำขอ

วันที่ตามสถานะ : 10 Mar 2558

IPC/ID

A23L 3/34

บทสรุปการประดิษฐ์ซึ่งจะปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา Read File : DC60 กรรมวิธีการลดจำนวนเชื้อจุลินทรีย์และกลิ่นหืนในผลิตภัณฑ์เมล็ดงาคั่ว โดยเก็บเมล็ดงา ดิบไว้ภายใต้สภาวะก๊าซโอโซน แล้วนำเมล็ดงาไปลวกในน้ำร้อนหรือสารละลายกรดหรือด่าง เพื่อ ทำลายเอนไซม์ จากนั้นจึงนำไปคั่วและเคลือบที่ผิวของเมล็ดงาด้วยของผสมของสารกันหืนและ วัตถุเสริมฤทธิ์สารกันหืน บรรจุใส่ขวดแก้วและเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง กรรมวิธีการลดจำนวนเชื้อจุลินทรีย์และกลิ่นหืนในผลิตภัณฑ์เมล็ดงาดำคั่ว โดยเก็บเมล็ด งาดิบไว้ภายใต้สภาวะก๊าซโอโซน แล้วนำเมล็ดงาไปลวกในน้ำร้อนหรือสารละลายกรดหรือด่าง เพื่อทำลายเอนไซม์ จากนั้นจึงนำไปคั่วและเคลือบที่ผิวของเมล็ดงาด้วยของผสมของสารกันหืน และวัตถุเสริมฤทธิ์สารกันหืน บรรจุใส่ขวดแก้วและเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง

ข้อถือสิทธิ์ (ข้อที่หนึ่ง) ซึ่งจะปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา : 1. กรรมวิธีการลดเชื้อจุลินทรีย์และกลิ่นหืนในผลิตภัณฑ์งาดำคั่ว ซึ่งมีขั้นตอนประกอบด้วย ก. นำเมล็ดงาดิบเทลงในกล่องพลาสติกที่เชื่อมต่อกับเครื่องกำเนิดโอโซน ผ่าน โอโซนให้กับเมล็ดงา โดยมีความเข้มข้นโอโซน 1-20 ส่วนต่อล้านส่วน เปิดเครื่องกำเนิด โอโซนแบบต่อเนื่องเป็นเวลา 24-96 ชั่วโมง หรือทำการเปิดเครื่องกำเนิดโอโซนวันละ 1- 10 ชั่วโมง เป็นเวลา 1-2 เดือน จากนั้นเก็บเมล็ดงาไว้ที่อุณหภูมิห้องและไม่อับชื้นเพื่อรอ การนำไปใช้งาน

แท็ก :

ข้อมูลส่วนที่ 3

เอกสารข้อถือสิทธิ์ Read File

หนังสือสำคัญจดทะเบียน Read File

เอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์ Read File

ภาพเขียนRead File

ข้อถือสิทธฺ์ (ทั้งหมด) ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา :

1. กรรมวิธีการลดเชื้อจุลินทรีย์และกลิ่นหืนในผลิตภัณฑ์งาดำคั่ว ซึ่งมีขั้นตอนประกอบด้วย ก. นำเมล็ดงาดิบเทลงในกล่องพลาสติกที่เชื่อมต่อกับเครื่องกำเนิดโอโซน ผ่าน โอโซนให้กับเมล็ดงา โดยมีความเข้มข้นโอโซน 1-20 ส่วนต่อล้านส่วน เปิดเครื่องกำเนิด โอโซนแบบต่อเนื่องเป็นเวลา 24-96 ชั่วโมง หรือทำการเปิดเครื่องกำเนิดโอโซนวันละ 1- 10 ชั่วโมง เป็นเวลา 1-2 เดือน จากนั้นเก็บเมล็ดงาไว้ที่อุณหภูมิห้องและไม่อับชื้นเพื่อรอ การนำไปใช้งาน ข. นำเมล็ดงาดิบจากขั้น ก. มาล้างด้วยนน้ำสะอาด ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ นำไปลวกในน้ำ ร้อน หรือสารละลายกรดซิตริก หรือโซเดียมไฮดรอกไซด์ หรือโซเดียมเฮกซะเมตา ฟอสเฟต เข้มข้นร้อยละ 0.01-0.1 โดยใช้อุณหภูมิในการลวก 70-100 องศาเซลเซียส เป็น เวลา 30-120 วินาที เพื่อทำลายเอนไซม์ไลเพส แล้วนำมาเมล็ดงาดำที่ได้ขึ้นผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ค. คั่วเมล็ดงาลวกจากข้อ ข. โดยใช้อุณหภูมิ 140-160 องศาเซลเซียส ควบคุมความชื้น สุดท้ายของเมล็ดงาคั่วให้ได้ร้อยละ 2-10 โดยน้ำหนักแห้ง ปรุงรสด้วยสารละลายน้ำตาล และเกลือเข้มข้น 10-50 องศาบริกซ์ ง. ผสมของผสมเคลือบผิวเมล็ดงาคั่ว โดยใช้สารแอลฟา-โทโคฟีรอลเข้มข้นร้อยละ 0.01-0.1 เข้ากับส่วนผสมของวัตถุเสริมฤทธิ์สารกันหืน คือ กรดแอสคอร์บิก หรือแอสคอร์ บิลปาล์มิเตต เข้มข้นร้อยละ 0.01-0.1 โดยใช้เลซิตินเป็นสารให้ความคงตัวแก่ของผสม จากนั้นนำของผสมที่ได้ไปเคลือบที่ผิวของเมล็ดงาคั่ว ผึ่งทิ้งไว้ให้เย็นและบรรจุใส่ขวดแก้ว ปิดฝาให้สนิท 2. กรรมวิธีการลดเชื้อจุลินทรีย์และกลิ่นหืนในผลิตภัณฑ์งาดำคั่วตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งความ เข้มข้นของโอโซนคือ 1.5 ส่วนต่อล้านส่วน 3. กรรมวิธีการลดเชื้อจุลินทรีย์และกลิ่นหืนในผลิตภัณฑ์งาดำคั่วตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งของ ผสมเคลือบผิวเมล็ดงาคั่ว คือ สารแอลฟา-โทโคฟีรอลเข้มข้นร้อยละ 0.01 แอสคอร์บิลปาล์มมิเตต เข้มข้นร้อยละ 0.05 และ เลซิตินร้อยละ 0.5 4. กรรมวิธีการลดเชื้อจุลินทรีย์และกลิ่นหืนในผลิตภัณฑ์งาดำคั่วตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 3 ข้อใด ข้อหนึ่งที่ซึ่ง ของผสมเคลือบผิวเมล็ดงาดำคั่วยังประกอบด้วย น้ำมันงา ร้อยละ 2 ของน้ำหนักงาคั่ว และกลีเซอรอล ร้อยละ 0.25 ของน้ำมันงา 5. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 4 ข้อใดข้อหนึ่งที่ซึ่ง เมล็ดงาดิบคือ งาขาว หรือ งาดำ-แดง