ข้อมูลส่วนที่ 1

เลขที่คำขอ : 1903000025

วันที่ขอ : 04 Jan 2562

วันที่รับคำขอ : 04 Jan 2562

เลขที่ประกาศ : 19191

วันที่ประกาศ : 28 Jan 2565

เล่มที่ประกาศ : 2 / 2565

เลขที่สิทธิบัตร : 19191

วันที่จดทะเบียน : 28 Jan 2565

เอกสารประกาศโฆษณา : Download File

เอกสารคำขอ ณ วันประกาศโฆษณา Download File

ข้อมูลส่วนที่ 2

ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตร : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

ตัวแทน :

ผู้ประดิษฐ์/ออกแบบ : นายฉัตรชัย พลเชี่ยว

ชื่อผลิตภัณฑ์/สิ่งประดิษฐ์ : กรรมวิธีการผลิตขั้วไฟฟ้าทำงานสำหรับเซลล์เคมีไฟฟ้าเพื่อตรวจวัดค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีในน้ำเสียและการใช้ขั้วไฟฟ้าทำงานดังกล่าว

สถานะสุดท้าย : ออกหนังสือสำคัญเรียบร้อยแล้ว

วันที่ตามสถานะ : 23 Feb 2565

IPC/ID

C25B 11/00

C02F 1/461

บทสรุปการประดิษฐ์ซึ่งจะปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา Read File : ------02/10/2562------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ กรรมวิธีการผลิตขั้วไฟฟ้าทำงานเพื่อเคมีไฟฟ้าสำหรับตรวจวัดค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีในนํ้าเสีย ภายใต้สภาวะกระตุ้นด้วยแสงและศักย์ไฟฟ้า ตามการประดิษฐ์นี้ มีการปรับปรุงทั้งการพัฒนาขั้วไฟฟ้าทำงาน ในการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันสารอินทรีย์ และพัฒนาเซลล์ต้นแบบเคมีไฟฟ้าสำหรับการตรวจวิเคราะห์ค่าซีโอดี โดยมีขั้นตอน ดังนี้ การเตรียมขั้วไฟฟ้าทำงานทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungstenoxide/ Bismuth vanadate: Wo3/BiVO4) ด้วยวิธีการตรึงสารกึ่งตัวนำทังสเตนออกไซด์ (Tungsten oxide:w03) เป็นชั้นแรก ด้วยวิธีเคมีไฟฟ้าแบบควบคุมศักย์ไฟฟ้าคงที่ลงบนกระจกนำไฟฟ้า (fluorine doped tinoxide: FTO) แล้วนำไปเผาผ่านความร้อนที่อุณหภูมิสูง แล้วนำขั้วไฟฟ้าทังสเตนออกไซด์ที่ได้ ไปตรึงสารกึ่งตัวนำบิสมัทวานาเดต (Bismuth vanadate: BiVO4) เน้นขั้นที่ 2 ด้วยวิธีเคมีไฟฟ้าโดยการควบคุมศักย์ไฟฟ้าคงที่ร่วมกับการเร่งด้วยแสง ซึ่งเป็นวิธีการเคลือบสารกึ่งตัวนำลงบนกระจกนำไฟฟ้าที่ง่ายขั้นตอนไม่ยุ่งยากและได้ประสิทธิภาพของขั้วไฟฟ้าในการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันสารอินทรีย์ภายใต้การเร่งด้วยแสงช่วงตามองเห็น จากนั้นใช้ขั้วไฟฟ้าทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungsten oxide/ Bismuth vanadate:Wo3/BiVO4) ที่เตรียมได้เพื่อประกอบเน้นเซลล์ต้นแบบเคมีไฟฟ้าสำหรับการตรวจวิเคราะห์ค่าซีโอดี ด้วยหลักการโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลดิก (Photoelectrocatalytic, PEC) ที่ทำงานภายใต้การเร่งขั้วไฟฟ้าด้วยแสงและศักย์ไฟฟ้าเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันสารอินทรีย์ โดยมีหลักการคือ ควบคุมค่าศักย์ไฟฟ้าและวัดค่ากระแส แล้วนำไปสร้างกราฟมาตรฐานระหว่างค่าซีโอดีที่ได้จากการเตรียมสารละลายมาตรฐานสารอินทรีย์ให้มีความเข้มข้นเพื่อให้ได้ ค่าซีโอดีต่างๆ กับ ค่ากระแสที่ได้จากการเกิดปฏิกิริยาที่ขั้วไฟฟ้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเทคนิคการตรวจวิเคราะห์ค่าซีโอดี ให้มีความถูกต้อง แม่นยำ น่าเชื่อถือ กระบวนการวิเคราะห์สะดวก รวดเร็ว ประหยัด ปลอดภัย และที่สำคัญเซลล์ต้นแบบยังกะทัดรัด เหมาะสำหรับนำไปใช้ตรวจติดตามค่าซีโอดีในนํ้าเสียภาคสนามได้เป็นอย่างดี ------------ ------04/01/2562------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ การพัฒนาเซลล์เคมีไฟฟ้าสำหรับตรวจวัดค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีในนํ้าเสีย ภายใต้สภาวะ กระตุ้นด้วยแสงและศักย์ไฟฟ้า ตามการประดิษฐ์นี้ มีการปรับปรุงทั้งการพัฒนาขั้วไฟฟ้าทำงาน ในการ เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันสารอินทรีย์ และพัฒนาเซลล์ต้นแบบเคมีไฟฟ้าสำหรับการตรวจวิเคราะห์ค่าซีโอดี โดย มีขั้นตอน ดังนี้ การเตรียมขั้วไฟฟ้าทำงานทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungsten oxide/ Bismuth vanadate: WeyBiVOfl) ด้วยวิธีการตรึงสารกึ่งตัวนำทังสเตนออกไซด์ (Tungsten oxide: WO3) เป็นขั้นแรก ด้วยวิธีเคมีไฟฟ้าแบบควบคุมศักย์ไฟฟ้าคงที่ลงบนกระจกนำไฟฟ้า (fluorine doped tin oxide: FTO) แล้ว นำไปเผาผ่านความร้อนที่อุณหภูมิสูง แล้วนำขั้วไฟฟ้าทังสเตนออกไซด์ที่ได้ไปตรึงสารกึ่งตัวนำบิสมัทวานาเดต (Bismuth vanadate: BiVO4) เป็นขั้นที่ 2 ด้วยวิธีเคมีไฟฟ้าโดยการควบคุมศักย์ไฟฟ้าคงที่ร่วมกับการเร่งด้วย แสง ซึ่งเป็นวิธีการเคลือบสารกึ่งตัวนำลงบนกระจกนำไฟฟ้าที่ง่ายขั้นตอนไม่ยุ่งยาก และได้ประสิทธิภาพของ ขั้วไฟฟ้าในการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันสารอินทรีย์ภายใต้การเร่งด้วยแสงช่วงตามองเห็น จากนั้นใช้ขั้วไฟฟ้า ทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungsten oxide/ Bismuth vanadate: WCVBiVO4) ที่เตรียมได้เพื่อ ประกอบเป็นเซลล์ต้นแบบเคมีไฟฟ้าสำหรับการตรวจวิเคราะห์ค่าซีโอดี ด้วยหลักการโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก (Photoelectrocatalytic, PEC) ที่ทำงานภายใต้การเร่งขั้วไฟฟ้าด้วยแสงและศักย์ไฟฟ้าเพื่อให้เกิดปฏิกิริยา ออกซิเดชันสารอินทรีย์ โดยมีหลักการคือ ควบคุมค่าศักย์ไฟฟ้าและวัดค่ากระแส แล้วนำไปสร้างกราฟ มาตรฐานระหว่างค่าซีโอดีที่ได้จากการเตรียมสารละลายมาตรฐานสารอินทรีย์ให้มีความเข้มข้นเพื่อให้ได้ ค่าซีโอดีต่างๆ กับ ค่ากระแสที่ได้จากการเกิดปฏิกิริยาที่ขั้วไฟฟ้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเทคนิคการตรวจ วิเคราะห์ค่าซีโอดี ให้มีความถูกต้อง แม่นยำ น่าเชื่อถือ กระบวนการวิเคราะห์สะดวก รวดเร็ว ประหยัด ปลอดภัย และที่สำคัญเซลล์ต้นแบบยังกะทัดรัด เหมาะสำหรับนำไปใช้ตรวจติดตามค่าซีโอดีในนํ้าเสีย ภาคสนามได้เป็นอย่างดี ------------ หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์      การพัฒนาเซลล์เคมีไฟฟ้าสำหรับตรวจวัดค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีในน้ำเสีย ภายใต้สภาวะ กระตุ้นด้วยแสงและศักย์ไฟฟ้า ตามการประดิษฐ์ฺนี้ มีการปรับปรุงทั้งการพัฒนาขั้วไฟฟ้าทำงาน ในการ เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันสารอินทรีย์ และพัฒนาเซลล์ต้นแบบเคมีไฟฟ้าสำหรับการตรวจวิเคราะห์ค่าซีโอดี โดย มีขั้นตอน ดังนี้ การเตรียมขั้วไฟฟ้าทำงานทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungsten oxide/Bismuth vanadate: WO3/BiVO4) ด้วยวิธีการตรึงสารกึ่งตัวนำทังสเตนออกไซด์ (Tungsten oxide: WO3) เป็นชั้นแรก ด้วยวิธีเคมีไฟฟ้าแบบควบคุมศักย์ไฟฟ้าคงที่ลงบนกระจกนำไฟฟ้า (fluorine doped tin oxide: FTO) แล้ว นำไปเผาผ่านความร้อนที่อุณหภูมิสูง แล้วนำขั้วไฟฟ้าทังสเตนออกไซด์ที่ได้ ไปตรึงสารกึ่งตัวนำบิสมัทวานาเดต (Bismuth vanadate: BiVO4) เป็นชั้นที่ 2 ด้วยวิธีเคมีไฟฟ้าโดยการควบคุมศักย์ไฟฟ้าคงที่ร่วมกับการเร่งด้วย แสง ซึ่งเป็นวิธีการเคลือบสารกึ่งตัวนำลงบนกระจกนำไฟฟ้าที่ง่ายขั้นตอนไม่ยุ่งยาก และได้ประสิทธิภาพของ ขั้วไฟฟ้าในการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันสารอินทรีย์ภายใต้การเร่งด้วยแสงช่วงตามองเห็น จากนั้นใชัขั้วไฟฟ้า ทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungsten oxide/Bismuth vanadate: WO3/BiVO4) ที่เตีรยมได้เพื่อ ประกอบเป็นเซลล์ต้นแบบเคมีไฟฟ้าสำหรับการตรวจวิเคราะห์ค่าซีโอดี ด้วยหลักการโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก (Photoelectrocatalytic,PEC) ที่ทำงานภายใต้การเร่งขั้วไฟฟ้าด้วยแสงและศักย์ไฟฟ้าเพื่อให้เกิดปฏิกิริยา ออกซิเดชันสารอินทรีย์ โดยมีหลักการคือ ควบคุมค่าศักย์ไฟฟ้าและวัดค่ากระแส แล้วนำไปสร้างกราฟ มาตรฐานระหว่างค่าซีโอดีที่ได้จากการเตรียมสารละลายมาตรฐานสารอินทรีย์ให้มีความเข้มข้นเพื่อให้ได้ ค่าซีโอต่าง ๆ กับ ค่ากระแสที่ได้จากการเกิดปฏิกิริยาที่ขั้วไฟฟ้า โดยมีวัตถประสงค์เพื่อพัฒนาเทคนิคการตรวจ วิเคราะห์ค่าซีโอดี ให้มีความถูกต้อง แม่นยำ น่าเชื่อถือ กระบวนการวิเคราะห์สะดวก รวดเร็ว ประหยัด ปลอดภัย และที่สำคัญเซลล์ต้นแบบยังกะทัดรัด เหมาะสำหรับนำไปใช้ตรวจติดตามค่าซีโอดีในน้ำเสีย ภาคสนามได้เป็นอย่างดี

ข้อถือสิทธิ์ (ข้อที่หนึ่ง) ซึ่งจะปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา : ------12/03/2564------(OCR) 1. กรรมวิธีการผลิตขั้วไฟฟ้าทำงานสำหรับเซลล์เคมีไฟฟ้าเพื่อตรวจวัดค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีในนํ้า เสียและการใช้ขั้วไฟฟ้าทำงานดังกล่าว มีขั้นตอนดังนี้ขั้นตอนที่ 1 กรรมวิธีการผลิตขั้วไฟฟ้าทำงานโดยการเคลือบวัสดุสารกึ่งตัวนำบนกระจกนำไฟฟ้า ก. การเตรียมขั้วไฟฟ้า ทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungsten oxide/ Bismuth vanadate:WO3/BiVO4) ด้วยวิธีการตรึงด้วยเคมีไฟฟ้า โดยเริ่มจากการทำความสะอาดกระจกนำไฟฟ้า (fluorine dopedtin oxide: FTO) ขนาด กว้าง x ยาว เท่ากับ 0

แท็ก :

สถานะคำขอ

ข้อมูลส่วนที่ 3

เอกสารข้อถือสิทธิ์ Read File

หนังสือสำคัญจดทะเบียน Read File

เอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์ Read File

ภาพเขียนRead File

ข้อถือสิทธฺ์ (ทั้งหมด) ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา :

------12/03/2564------(OCR) 1. กรรมวิธีการผลิตขั้วไฟฟ้าทำงานสำหรับเซลล์เคมีไฟฟ้าเพื่อตรวจวัดค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีในนํ้า เสียและการใช้ขั้วไฟฟ้าทำงานดังกล่าว มีขั้นตอนดังนี้ขั้นตอนที่ 1 กรรมวิธีการผลิตขั้วไฟฟ้าทำงานโดยการเคลือบวัสดุสารกึ่งตัวนำบนกระจกนำไฟฟ้า ก. การเตรียมขั้วไฟฟ้า ทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungsten oxide/ Bismuth vanadate:WO3/BiVO4) ด้วยวิธีการตรึงด้วยเคมีไฟฟ้า โดยเริ่มจากการทำความสะอาดกระจกนำไฟฟ้า (fluorine dopedtin oxide: FTO) ขนาด กว้าง x ยาว เท่ากับ 0.5 x 1.0 เซนติเมตร ด้วยการนำกระจกนำไฟฟ้าแช่ในสารละลายอะซิโตน แล้วทำการสั่นสะเทือนด้วยคลื่นอัลตราโซนิค (Ultrasonic) เป็นเวลา 15 นาที ข. จากนั้นล้างด้วยนํ้ากลั่น แล้วนำไปทำการสั่นสะเทือนอีกครั้งด้วยคลื่นอัลตราโซนิค (Ultrasonic)ในสารละลายเอทานอล (Ethanol) อีก 15 นาที ค. จากนั้นล้างด้วยนํ้ากลั่น แล้วนำไปทำการสั่นสะเทือนอีกครั้งด้วยคลื่นอัลตราโซนิค (Ultrasonic)ในสารละลายผสม ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide:H2O2) และ แอมโมเนีย (Ammonia: NH3)ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 โดยปริมาตร อีก 15 นาที แล้วล้างด้วยนํ้ากลั่นอีกครั้ง จากนั้นทำให้แห้ง ง. นำกระจกนำไฟฟ้าในข้อ ค. เข้าสู่กระบวนการตรึงทังสะเตนออกไซด์ด้วยวิธีการตรึงเคมีไฟฟ้าแบบควบคุมศักย์ไฟฟ้าคงที่ (Amperometry) โดยต่อกระจกนำไฟฟ้า (fluorine doped tin oxide: FTO) (1)ที่เตรียมไว้ข้างต้นเป็นขั้วไฟฟ้าทำงาน (Working electrode: WE) ขั้วไฟฟ้าแพลทตินัม (Platinum : Pt) (2)เป็นขั้วไฟฟ้าช่วย (Counter electrode : CE) และขั้วไฟฟ้าซิลเวอร์/ซิลเวอร์คลอไรด์ (Silver/Silverchloride, Ag/AgCl) (3) เป็นขั้วไฟฟ้าอ้างอิง (Reference electrode: RE) ลงในสารละลายผสม (5) โซเดียมทังสะเตต (Sodium tungstate : Na2W04) ความเข้มข้น 1.875 มิลลิโมลต่อลิตร กรดไนตริก (Nitric acid:HNO3) ความเข้มข้น 0.48 โมลต่อลิตร และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide: H2O2) ความเข้มข้น 0.015 โมลต่อลิตร ควบคุมศักย์ไฟฟ้าคงที่ ที่ -0.47 โวลต์ (4) เป็นเวลา 30 นาที แล้วยกขึ้นจากสารละลาย นำไปเผาที่อุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที จากนั้นรอให้เย็นลงที่อุณหภูมิห้องจะได้ขั้วไฟฟ้า ทังสเตนออกไซด์ (Tungsten oxide: FTO/WO3) บนกระจกนำไฟฟ้า จ. จากนั้นนำขั้วไฟฟ้าทังสเตนออกไซด์ (Tungsten oxide : FTO/WO3) มาตรึงด้วยบิสมัทวานาเดต (Bismuth vanadate : BiVO4) ด้วยวิธีการตรึงเคมีไฟฟ้าและเร่งด้วยแสง (Photoelectrodeposition technique) โดยกำหนดให้ ขั้วไฟฟ้าทังสเตน (Tungsten oxide : FTO/WO3) เป็นขั้วไฟฟ้าทำงาน (Working electrode: WE) ขั้วไฟฟ้าแพลทินัม (Platinum : Pt) เป็นขั้วไฟฟ้าช่วย (Counterelectrode : CE) และขั้วไฟฟ้า ซิลเวอร์/ซิลเวอร์คลอไรด์ (Silver/Silver chloride: Ag/AgCl) เป็นขั้วไฟฟ้าอ้างอิง (Reference electrode: RE) ในสารละลายอิเล็กโทรไลต์ผสมของบิสมัทไนเตรต (Bismuth nitrate:Bi(NO3)3) ความเข้มข้น 10 มิลลิโมลต่อลิตรและวานาดิลซัลเฟต (Vanadyl sulfate:VOSO4) ความเข้มข้น 35มิลลิโมลต่อลิตรและปรับค่าพีเอชให้เท่ากับ4.7ควบคุมศักย์ให้คงที่ ที่ 1.9 โวลต์ เป็นเวลา 5 นาที โดยขณะทำการตรึงจะฉายแสงช่วงที่ตามองเห็นตลอดเวลา จากนั้นนำขั้วไฟฟ้าที่ได้ไปเผาที่อุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 60 นาที พักไว้ให้เย็นแล้วนำไปต่อกับสายทองแดง พร้อมปิดทับด้วยวัสดุประสานเพื่อกำหนดพื้นที่การเกิดปฏิกิริยาและป้องกันการลัดวงจร ก็จะได้ขั้วไฟฟ้าแอโนดทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungstenoxide/ Bismuth vanadate: WO3/BiVO4) เพื่อใช้เป็นขั้วไฟฟ้าทำงานสำหรับการตรวจวิเคราะห์ค่าซีโอดีหรือค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีต่อไป2. การใช้ขั้วไฟฟ้าทำงานสำหรับเซลล์เคมีไฟฟ้าเพื่อตรวจวัดความต้องการออกซิเจนทางเคมีในนํ้าเสีย ตามข้อถือสิทธิ 1 มีขั้นตอนดังนี้ การประกอบขั้วไฟฟ้ากับเซลล์ต้นแบบเพื่อตรวจวัดค่าซีโอดี เป็นการประกอบขั้วไฟฟ้าที่เตรียมได้กับเซลล์เคมีไฟฟ้าต้นแบบสำหรับการตรวจวิเคราะห์ค่าซีโอดีด้วยหลักการโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก(Photoelectrocatalytic, PEC) ประกอบไปด้วย ขั้วไฟฟ้าทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungstenoxide/ Bismuth vanadate) (1) เป็นขั้วไฟฟ้าทำงาน (Working electrode: WE) ขั้วไฟฟ้าแพลทินัม(Platinum : Pt) (2) เป็นขั้วไฟฟ้าช่วย (Counter electrode : CE) และขั้วไฟฟ้า ซิลเวอร์/ซิลเวอร์คลอไรด์(Silver/Silver chloride, Ag/AgCl) (3) เป็นขั้วไฟฟ้าอ้างอิง (Reference electrode: RE) ในสารละลายอิเล็กโทรไลต์โซเดียมซัลเฟตความเข้มข้น 0.1 โมลต่อลิตร ปริมาตร 2.0 มิลลิลิตร รวมกับสารละลายตัวอย่างที่ต้องการวิเคราะห์ค่าซีโอดีอีก 2.0 มิลลิลิตร โดยจะออกแบบภาชนะให้มี 2 ช่อง ช่องแรกเพื่อใส่นํ้าตัวอย่างรวมกับสารอิเล็กโตรไลต์โซเดียมซัลเฟตปริมาตรรวม 4.0 มิลลิลิตร และอีกหนึ่งช่องจะไว้ใส่หลอดไฟโดยหลอดไฟที่ใช้จะเป็นหลอดไฟ LED (light-emitting diode) (5) โดยทำการต่อขั้วไฟฟ้าเข้ากับเครื่องโพเทนทิโอสแตท(Potentiostat) (4) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ควบคุมค่าศักย์ไฟฟ้า และวัดค่ากระแส หลักการวิเคราะห์ค่าซีโอดี คือ การสร้างกราฟมาตรฐานระหว่างค่าซีโอดีที่ได้จากการเตรียมสารละลายมาตรฐานสารอินทรีย์ให้มีความเข้มข้นเพื่อให้ได้ค่าซีโอดีต่างๆ กับ ค่ากระแสที่ได้จากการเกิดปฏิกิริยาที่ขั้วไฟฟ้าที่ได้พัฒนาขึ้นด้วยหลักการโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก3. การใช้ขั้วไฟฟ้าทำงานสำหรับเซลล์เคมีไฟฟ้าสำหรับตรวจวัดค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีในนํ้าเสียตามข้อถือสิทธิ 2 ที่ซึ่ง สภาวะที่ดีที่สุดสำหรับการตรวจวิเคราะห์ค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมี คือควบคุมศักย์ไฟฟ้าที่ขั้วไฟฟ้าเท่ากับ 1.0 โวลต์ ปรับค่าความเป็นกรดด่าง (pH) ของสารละลายอิเล็กโทรไลต์โซเดียมซัลเฟต (Electrolyte sodium sulfate) เท่ากับ 4 ------------ ------02/10/2562------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ1. กรรมวิธีการผลิตขั้วไฟฟ้าทำงานสำหรับเซลล์เคมีไฟฟ้าเพื่อตรวจวัดค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีในน้ำ เสียและการใช้ขั้วไฟฟ้าทำงานดังกล่าว มีขั้นตอนดังนี้ขั้นตอนที่ 1 กรรมวิธีการผลิตขั้วไฟฟ้าทำงานโดยการเคลือบวัสดุสารกึ่งตัวนำบนกระจกนำไฟฟ้า ก. การเตรียมขั้วไฟฟ้า ทังสเตนออกไซด7บิสมัทวานาเดต (Tungsten oxide/ Bismuth vanadate:WCVBiVOj ด้วยวิธีการตรึงด้วยเคมีไฟฟ้า โดยเริ่มจากการทำความสะอาดกระจกนำไฟฟ้า (fluorine dopedtin oxide: FTO) ขนาด กว้าง X ยาว เท่ากับ 0.5 X 1.0 เซนติเมตร ด้วยการนำกระจกนำไฟฟ้าแช่ในสารละลายอะซิโตน แล้วทำการสั่นสะเทือนด้วยคลื่นอัลตราโซนิค (Ultrasonic) เป็นเวลา 15 นาที ข. จากนั้นล้างด้วยน้ำกสั่น แล้วนำไปทำการสั่นสะเทือนอีกครั้งด้วยคลื่นอัลตราโซนิค (Ultrasonic)ในสารละลายเอทานอล (Ethanol) อีก 15 นาที ค. จากนั้นล้างด้วยน้ำกลั่น แล้วนำไปทำการสั่นสะเทือนอีกครั้งด้วยคลื่นอัลตราโซนิค (Ultrasonic)ในสารละลายผสม ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide:H202) และ แอมโมเนีย (Ammonia: NH3)ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 โดยปริมาตร อีก 15 นาที แล้วล้างด้วยนั้ากสั่นอีกครั้ง จากนั้นทำให้แห้ง ง. นำกระจกนำไฟฟ้าในข้อ ค. เข้าสู่กระบวนการตรึงทังสะเตนออกไซด์ด้วยวิธีการตรึงเคมีไฟฟ้าแบบควบคุมศักย์ไฟฟ้าคงที่ (Amperometry) โดยต่อกระจกนำไฟฟ้า (fluorine doped tin oxide: FTO) (1)ที่เตรียมไว้ข้างต้นเป็นขั้วไฟฟ้าทำงาน (Working electrode: WE) ขั้วไฟฟ้าแพลทตินัม (Platinum : Pt) (2)เป็นขั้วไฟฟ้าช่วย (Counter electrode : CE) และขั้วไฟฟ้าซิลเวอรึ/ซิลเวอร์คลอไรด์ (Silver/Silverchloride, Ag/AgCl) (3) เปีนขั้วไฟฟ้าอ้างอิง (Reference electrode: RE) ลงในสารละลายผสม (5) โซเดียมทังสะเตต (Sodium tungstate : Na2w04) ความเข้มข้น 1.875 มิลลิโมลต่อลิตร กรดไนตรึก (Nitric acid:HN03) ความเข้มข้น 0.48 โมลต่อลิตร และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide: H202) ความเข้มข้น 0.015 โมลต่อลิตร ควบคุมศักย์ไฟฟ้าคงที่ ที่ -0.47 โวลต์ (4) เป็นเวลา 30 นาที แล้วยกขึ้นจากสารละลาย นำไปเผาที่อุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที จากนั้นรอให้เย็นลงที่อุณหภูมิห้องจะได้ขั้วไฟฟ้า ทังสเตนออกไซด์ (Tungsten oxide: FTO/W03) บนกระจกนำไฟฟ้า จ. จากนั้นนำขั้วไฟฟ้าทังสเตนออกไซด์ (Tungsten oxide ะ FTO/W03) มาตรึงด้วยบิสมัทวานาเดต (Bismuth vanadate : BiV04) ด้วยวิธีการตรึงเคมีไฟฟ้าและเร่งด้วยแสง (Photoelectrodeposition technique) โดยกำหนดให้ ขั้วไฟฟ้าทังสเตน (Tungsten oxide : FTO/W03) เป็นขั้วไฟฟ้าทำงาน (Working electrode: WE) ขั้วไฟฟ้าแพลทินัม (Platinum : Pt) เป็นขั้วไฟฟ้าช่วย (Counterelectrode : CE) และขั้วไฟฟ้า ซิลเวอรึ/ซิลเวอรึคลอไรด์ (Silver/Silver chloride: Ag/AgCl) เป็นขั้วไฟฟ้าอ้างอิง (Reference electrode: RE) ในสารละลายอิเล็กโทรไลต์ผสมของบิสมัทไนเตรต (Bismuth nitrate:Bi(N03)3) ความเข้มข้น 10 มิลลิโมลต่อลิตรและวานาดิลซัลเฟต (Vanadyl sulfate:VOS04) ความเข้มข้น 35มิลลิโมลต่อลิตร และปรับค่าพีเอชให้เท่ากับ 4.7 ควบคุมศักย์ให้คงที่ ที่ 1.9 โวลต์ เป็นเวลา 5 นาที โดยขณะทำการตรึงจะฉายแสงช่วงที่ตามองเห็นตลอดเวลา จากนั้นนำขั้วไฟฟ้าที่ได้ไปเผาที่อุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียส หน้า 2 ของจำนวน 2 หน้าเป็นเวลา 60 นาที พักไว้ให้เย็นแล้วนำไปต่อกับสายทองแดง พร้อมปิดทับด้วยวัสดุประสานเพื่อกำหนดพื้นที่การเกิดปฏิกิริยาและฟ้องกันการลัดวงจร ก็จะได้ขั้วไฟฟ้าแอโนดทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungstenoxide/ Bismuth vanadate: WO3/BiVO4 เพื่อใช้เป็นขั้วไฟฟ้าทำงานสำหรับการตรวจวิเคราะห์ค่าซีโอดีหรือค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีต่อไป2. การใช้ขั้วไฟฟ้าทำงานสำหรับเซลล์เคมีไฟฟ้าเพื่อตรวจวัดความต้องการออกซิเจนทางเคมีในน้ำเสีย ตามข้อถือสิทธิ 1 มีขั้นตอนดังนี้ การประกอบขั้วไฟฟ้ากับเซลล์ต้นแบบเพื่อตรวจวัดค่าซีโอดี เป็นการประกอบขั้วไฟฟ้าที่เตรียมได้กับเซลล์เคมีไฟฟ้าต้นแบบสำหรับการตรวจวิเคราะห์ค่าซีโอดีด้วยหลักการโฟโตริเล็กโตรคะตะไลติก(Photoelectrocatalytic, PEC) ประกอบไปด้วย ขั้วไฟฟ้าทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungstenoxide/ Bismuth vanadate) (1) เป็นขั้วไฟฟ้าทำงาน (Working electrode: WE) ขั้วไฟฟ้าแพลทินัม(Platinum : Pt) (2) เน้นขั้วไฟฟ้าช่วย (Counter electrode : CE) และขั้วไฟฟ้า ซิลเวอร์/ซิลเวอร์คลอไรด์(Silver/Silver chloride, Ag/AgCl) (3) เน้นขั้วไฟฟ้าอ้างอิง (Reference electrode: RE) ในสารละลายริเล็กโทรไลต์โซเดียมซัลเฟตความเข้มข้น 0.1 โมลต่อลิตร ปริมาตร 2.0 มิลลิลิตร รวมกับสารละลายตัวอย่างที่ต้องการวิเคราะห์ค่าซีโอดีอีก 2.0 มิลลิลิตร โดยจะออกแบบภาขนะให้มี 2 ข่อง ข่องแรกเพื่อใส่น้ำตัวอย่างรวมกับสารอิเล็ก'โตรไลตโซเดียมซัลเฟตปริมาตรรวม 4.0 มิลลิลิตร และอีกหนึ่งข่องจะไว้ใส่หลอดไฟโดยหลอดไฟที่ใช้จะเน้นหลอดไฟ LED (light-emitting diode) (5) โดยทำการต่อขั้วไฟฟ้าเข้ากับเครื่องโพเทนทิโอสแตท(Potentiostat) (4) ซึ่งเน้นเทคนิคที่ควบคุมค่าศักย์ไฟฟ้า และวัดค่ากระแส หลักการวิเคราะห์ค่าซีโอดี คือ การสร้างกราฟมาตรฐานระหว่างค่าซีโอดีที่ได้จากการเตรียมสารละลายมาตรฐานสารอินทรีย์ให้มีความเข้มข้นเพื่อให์ได้ค่าซีโอดีต่างๆ กับ ค่ากระแสที่ได้จากการเกิดปฏิกิริยาที่ขั้วไฟฟ้าที่ได้พัฒนาขึ้นด้วยหลักการโฟโตริเล็กโตรคะตะไลดิก3. การใช้ขั้วไฟฟ้าทำงานสำหรับเซลล์เคมีไฟฟ้าสำหรับตรวจวัดค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีในน้ำเสียตามข้อถือสิทธิ 2 ที่ซึ่ง สภาวะที่ดีที่สุดสำหรับการตรวจวิเคราะห์ค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมี คือควบคุมศักย์ไฟฟ้าที่ขั้วไฟฟ้าเท่ากับ 1.0โวลต์ปรับค่าความเน้นกรดด่าง (pH) ของสารละลายสีอิเล็กโทรไลด์โซเดียมซัลเฟต (Electrolyte sodium sulfate) เท่ากับ 4 ------------ แก้ไข 09/04/2562 ไม่มีข้อถือสิทธิ -------------------------------------------------------------------------------------------- ------04/01/2562------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ 1. การพัฒนาเซลล์เคมีไฟฟ้าสำหรับตรวจวัดค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีในน้ำเสีย มีขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การเคลือบวัสดุสารกึ่งตัวนำบนกระจกนำไฟฟ้า ก. การเตรียมขั้วไฟฟ้า ทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungsten oxide/ Bismuth vanadate: WO3/BiVO4) ด้วยวิธีการตรึงด้วยเคมีไฟฟ้า โดยเริ่มจากการทำความสะอาดกระจกนำไฟฟ้า (fluorine doped tin oxide: FTO) ขนาด กว้าง X ยาว เท่ากับ 0.5 X 1.0 เซนติเมตร ด้วยการนำกระจกนำไฟฟ้าแช่ใน สารละลายอะซิโตน แล้วทำการสั่นสะเทือนด้วยคลื่นอัลตราโซนิค (Ultrasonic) เป็นเวลา 15 นาที ข. จากนั้นล้างด้วยน้ำกสั่น แล้วนำไปทำการสั่นสะเทือนอีกครั้งด้วยคลื่นอัลตราโซนิค (Ultrasonic) ในสารละลายเอทานอล (Ethanol) อีก 15 นาที ค. จากนั้นล้างด้วยน้ำกลั่น แล้วนำไปทำการสั่นสะเทือนอีกครั้งด้วยคลื่นอัลตราโซนิค (Ultrasonic) ในสารละลายผสม ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide:H2O2) และ แอมโมเนีย (Ammonia: NH3) ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 โดยปริมาตร อีก 15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำกลั่นอีกครั้ง จากนั้นทำให้แห้ง ง. นำกระจกนำไฟฟ้าในข้อ ค. เข้าสู่กระบวนการตรึงทังสะเตนออกไซด์ด้วยวิธีการตรึงเคมีไฟฟ้า แบบควบคุมศักย์ไฟฟ้าคงที่ (Amperometry) โดยต่อกระจกนำไฟฟ้า (fluorine doped tin oxide: FTO) (1) ที่เตรียมไว้ข้างต้นเป็นขั้วไฟฟ้าทำงาน (Working electrode: WE) ขั้วไฟฟ้าแพลทตินัม (Platinum : Pt) (2) เป็นขั้วไฟฟ้าช่วย (Counter electrode : CE) และขั้วไฟฟ้าซิลเวอร์/ซิลเวอรีคลอไรด์ (Silver/Silver chloride, Ag/AgCl) (3) เป็นขั้วไฟฟ้าอ้างอิง (Reference electrode: RE) ลงในสารละลายผสม (5) โซเดียม ทังสะเตต (Sodium tungstate : Na2WO4) ความเข้มข้น 1.875 มิลลิโมสต่อลิตร กรดไนตริก (Nitric acid: HNO3) ความเข้มข้น 0.48 โมลต่อลิตร และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide: H2O2) ความ เข้มข้น 0.015 โมลต่อลิตร ควบคุมศักย์ไฟฟ้าคงที่ ที่ -0.47 โวลต์ (4) เป็นเวลา 30 นาที แล้วยกขึ้นจาก สารละลาย นำไปเผาที่อุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที จากนั้นรอให้เย็นลงที่อุณหภูมิห้องจะ ได้ขั้วไฟฟ้า ทังสเตนออกไซด์ (Tungsten oxide: FTO/WO3) บนกระจกนำไฟฟ้า จ. จากนั้นนำขั้วไฟฟ้าทังสเตนออกไซด์ (Tungsten oxide : FTO/WO3) มาตรึงด้วยบิสมัท วานาเดต (Bismuth vanadate : BiVO4) ด้วยวิธีการตรึงเคมีไฟฟ้าและเร่งด้วยแสง (Photoelectro deposition technique) โดยกำหนดให้ ขั้วไฟฟ้าทังสเตน (Tungsten oxide : FTO/Wo3) เป็นขั้วไฟฟ้า ทำงาน (Working electrode: WE) ขั้วไฟฟ้าแพลทินัม (Platinum : Pt) เป็นขั้วไฟฟ้าช่วย (Counter electrode : CE) และขั้วไฟฟ้า ซิลเวอร์/ซิลเวอรีคลอไรด์ (Silver/Silver chloride: Ag/AgCl) เป็นขั้วไฟฟ้า อ้างอิง (Reference electrode: RE) ในสารละลายอิเล็กโทรไลด์ผสมของบิสมัทไนเตรต (Bismuth nitrate :Bi(NO3)3) ความเข้มข้น 10 มิลลิโมลต่อลิตรและวานาดิลซัลเฟต (Vanadyl sulfate:V0S04) ความเข้มข้น 35 มิลลิโมลต่อลิตร และปรับค่าพีเอชให้เท่ากับ 4.7ควบคุมศักย์ให้คงที่ ที่ 1.9โวลต์เป็นเวลา5นาทีโดยขณะ ทำการตรึงจะฉายแสงช่วงที่ตามองเห็นตลอดเวลา จากนั้นนำขั้วไฟฟ้าที่ได้ไปเผาที่อุณหภูมิ 500 องศา เซลเซียส เป็นเวลา 60 นาที พักไว้ให้เย็นแล้วนำไปต่อกับสายทองแดง พร้อมปิดทับด้วยวัสดุประสานเพื่อ หน้า 2 ของจำนวน 2 หน้า กำหนดพื้นที่การเกิดปฏิกิริยาและป้องกันการลัดวงจร ก็จะได้ขั้วไฟฟ้าแอโนดทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungsten oxide/ Bismuth vanadate: WCVBiVOa) เพื่อใช้เป็นขั้วไฟฟ้าทำงานสำหรับการตรวจวิเคราะห์ ค่าซีโอดีหรือค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีต่อไป ขั้นตอนที่ 2 การประกอบขั้วไฟฟ้ากับเซลล์ต้นแบบเพื่อตรวจวัดค่าซีโอดี ตามรูปที่ 2 เป็นการประกอบขั้วไฟฟ้า ที่เตรียมได้กับเซลล์เคมีไฟฟ้าต้นแบบสำหรับการตรวจวิเคราะห์ค่าซีโอดีด้วยหลักการโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก (Photoelectrocatalytic, PEC) ประกอบไปด้วย ขั้วไฟฟ้าทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungsten oxide/ Bismuth vanadate) (1) เป็นขั้วไฟฟ้าทำงาน (Working electrode: WE) ขั้วไฟฟ้าแพลทินัม (Platinum : Pt) (2) เป็นขั้วไฟฟ้าช่วย (Counter electrode : CE) และขั้วไฟฟ้า ซิลเวอร์/ซิลเวอริคลอไรด์ (Silver/Silver chloride, Ag/AgCl) (3) เป็นขั้วไฟฟ้าอ้างอิง (Reference electrode: RE) ในสารละลายอิเล็ก โทรไลด์โซเดียมซัลเฟตความเข้มข้น 0.1 โมลต่อลิตร ปริมาตร 2.0 มิลลิลิตร รวมกับสารละลายตัวอย่างที่ ต้องการวิเคราะห์ค่าซีโอดีอีก 2.0 มีลลิลิตร โดยจะออกแบบภาชนะให้มี 2 ช่อง ช่องแรกเพื่อใส่น้ำตัวอย่างรวม กับสารอีเล็กโตรไลด์โซเดียมซัลเฟตปริมาตรรวม 4.0 มิลลิลิตร และอีกหนึ่งช่องจะไว้ใส่หลอดไฟโดยหลอดไฟที่ ใช้จะเป็นหลอดไฟ LED (light-emitting diode) (5) โดยทำการต่อขั้วไฟฟ้าเข้ากับเครื่องโพเทนทิโอสแตท (Potentiostat) (4) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ควบคุมค่าศักย์ไฟฟ้า และวัดค่ากระแส หลักการวิเคราะห์ค่าซีโอดี คือ การ สร้างกราฟมาตรฐานระหว่างค่าซีโอดีที่ได้จากการเตรียมสารละลายมาตรฐานสารอินทรีย์ให้มีความเข้มข้น เพื่อให้ได้ค่าซีโอดีต่างๆ กับ ค่ากระแสที่ได้จากการเกิดปฏิกิริยาที่ขั้วไฟฟ้าที่ได้พัฒนาขึ้นด้วยหลักการโฟโตอิเล็ก โตรคะตะไลติก 2. การพัฒนาเซลล์เคมีไฟฟ้าสำหรับตรวจวัดค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีในน้ำเสีย ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ ซึ่ง สภาวะที่ดีที่สุดสำหรับการตรวจวิเคราะห์ค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมี คือ ควบคุมศักย์ไฟฟ้าที่ ขั้วไฟฟ้าเท่ากับ 1.0โวลต์ปรับค่าความเป็นกรดด่าง (pH) ของสารละลายสีอิเล็กโทรไลด์โซเดียมซัลเฟต (Electrolyte sodium sulfate) เท่ากับ 4 ------------ หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ 1.การพัฒนาเซลล์เคมีไฟฟ้าสำหรับตรวจวัดค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีในน้ำเสีย มีขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การเคลือบวัสดุกึ่งตัวนำบนกระจำนำไฟฟ้า ก.การเตรียมขั้วไฟฟ้า ทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungsten oxide/Bismuth vanadate: WO3/BiVO4) ด้วยวิธีการตรึงด้วยเคมีไฟฟ้า โดยเริ่มจากการทำความสะอาดกระจกนำไฟฟ้า (fluorine doped tin oxide: FTO) ขนาดกว้าง x ยาว เท่ากับ 0.5 x 1.0 เซนติเมตร ด้วยการนำกระจกนำไฟฟ้าแช่ใน สารละลายอิซิโตน แล้วทำการสั่นสะเทือนด้วยเคลื่อนอัลตราโซนิค (Ultrasonic) เป็นเวลา 15 นาที ข.จากนั้นล้างด้วยน้ำกลั่น แล้วนำไปทำการสั่นสะเทือนอีกครั้งด้วยคลื่นอัลตราโซนิค (Ultrasonic) ในสารละลายเอทานอล (Ethanol) อีก 15 นาที ค.จากนั้นล้างด้วยน้ำกลั่น แล้วนำไปทำการสั่นสะเทือนอีกครั้งด้วยคลื่นอัลตราโซนิค (Ultrasonic) ในสารละลายผสม ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide:H2O2) และ แอมโมเนีย (Ammonia: NH3) ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 โดยปริมาตร อีก 15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำกลั่นอีกครั้ง จากนั้นทำให้แห้ง ง.นำกระจกนำไฟฟ้าในข้อ ค. เข้าสู่กระบวนการตรึงทังสะเตนออกไซด์ด้วยวิธีการตรึงเคมีไฟฟ้า แบบควบคุมศักย์ไฟฟ้าคงที่ (Amperometry) โดยต่อกระจกนำไฟฟ้า (fluorine doped tin oxide: FTO) (1) ที่เตรียมไว้ข้างต้นเป็นขั้วไฟฟ้าทำงาน (Working electrode: WE) ขั้วไฟฟ้าแพลทตินัม (Platinum : Pt) (2) เป็นขั้วไฟฟ้าช่วย (Counter electrode : CE) และขั้วไฟฟ้าซิลเวอร์/ซิลเวอร์คลอไรด์ (Silver/Silver chloride, Ag/AgCl) (3) เป็นขั้วไฟฟ้าอ้างอิง (Reference electrode: RE ) ลงในสารละลายผสม (5) โซเดียม ทั้งสะเตต (Sodium tungstate : Na2WO4) ความเข้มข้น 1.875 มิลลิโมลต่อลิตร กรดไนตริก (Nitric acid: HNO3) ความเข้มข้น 0.48 โมลต่อลิตร และไฮโตรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide: H2O2) ความ เข้มข้น 0.015 โมลต่อลิตร ควบคุมศักย์ไฟฟ้าคงที่ ที่ -0.47 โวลต์ (4) เป็นเวลา 30 นาที แล้วยกขึ้นจาก สารละลาย นำไปเผาที่อุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที จากนั้นรอให้เย็นลงที่อุณหภูมิห้องจะ ได้ขั้วไฟฟ้า ทังสเตนออกไซด์ (Tungsten oxide: FTO/WO3) บนกระจกนำไฟฟ้า จ.จากนั้นนำขั้วไฟฟ้าทังสเตนออกไซด์ (Tungsten oxide: FTO/WO3) มาตรึงด้วยบิสมัท วานาเดต (Bismuth vanadate: BiVO4) ด้วยวิธีการตรึงเคมีไฟฟ้าและเร่งด้วยแสง (Photoelectro deposition technique) โดยกำหนดให้ ขั้วไฟฟ้าทังสเตน (Tungsten oxide: FTO/WO3) เป็นขั้วไฟฟ้า ทำงาน (Working electrode:WE) ขั้วไฟฟ้าแพลทินัม (Platinum:Pt) เป็นขั้วไฟฟ้าช่วย (Counter electrode:CE) และขั้วไฟฟ้า ซิลเวอร์/ซิลเวอร์คลอไรด์ (Silver/Silver chloride: Ag/AgCl) เป็นขั้วไฟฟ้า อ้างอิง (Reference electrode: RE) ในสารละลายอิเล็กโทรไลต์ผสมของบิสมัทไนเตรต (Bismuth nitrate :Bi(NO3)3) ความเข้มข้น 10 มิลลิโมลต่อลิตรและวานาดิลซัลเฟต (Vanadyl sulfate:VOSO4) ความเข้มข้น 35 มิลลิโมลต่อลิตร และปรับค่าพีเอชให้เท่ากับ 4.7 ควบคุมศักย์ให้คงที่ ที่ 1.9 โวลต์ เป็นเวลา 5 นาที โดยขณะ ทำการตรึงจะฉายแสงช่วงที่ตามมองเห็นตลอดเวลา จากนั้นนำขั้วไฟฟ้าที่ได้ไปเผาที่อุณหภูมิ 500 องศา เซลเซียส เป็นเวลา 60 นาที พักไว้ให้เย็นแล้วนำไปต่อกับสายทองแดง พร้อมปิดทับด้วยวัสดุประสานเพื่อ กำหนดพื้นที่การเกิดปฏิกิริยาและป้องกันการลัดวงจร ก็จะได้ขั้วไฟฟ้าแอโนดทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungsten oxide/Bisumth vanadate: WO3/BiVO4) เพื่อใช้เป็นขั้วไฟฟ้าทำงานสำหรับการตรวจวิเคราะห์ ค่าซีโอดีหรือค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีต่อไป ขั้นตอนที่ 2 การประกอบขั้วไฟฟ้ากับเซลล์ต้นแบบเพื่อตรวจวัดค่าซีโอดี ตามรูปที่ 2 เป็นการประกอบขั้วไฟฟ้า ที่เตรียมได้กับเซลล์เคมีไฟฟ้าแบบสำหรับการตรวจวิเคราะห์ค่าซีโอด้วยหลักการโฟโตอิเล็กโครคะตะไลติก (Photoelectrocatalytic, PEC) ประกอบไปด้วย ขั้วไฟฟ้าทังสเตนออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Tungsten oxide/Bisumth vanadate) (1) เป็นขั้วไฟฟ้าทำงาน (Working electrode: WE) ขั้วไฟฟ้าแพลทินัม (Platinum: Pt) (2) เป็นขั้วไฟฟ้าช่วย (Counter electrode: CE) และขั้วไฟฟ้า ซิลเวอร์/ซิลเวอร์คลอไรด์ (Silver/Silver chloride, Ag/AgCl) (3) เป็นขั้วไฟฟ้าอ้างอิง (Reference electrode: RE) ในสารละลายอิเล็ก โทรไลต์โซเดียมซัลเฟตความเข้มข้น 0.1 โมลต่อลิตร ปริมาตร 2.0 มิลลิิิลิตร รวมกับสารละลายตัวอย่างที่ ต้องการวิเคราะห์ค่าซีโอดีอีก 2.0 มิลลิลิตร โดยจะออกแบบภาชนะให้มี 2 ช่อง ช่องแรกเพื่อใส่น้ำตัวอย่างรวม กับสารอิเล็กโตรไลต์โซเดียมซัลเฟตปริมาตรรวม 4.0 มิลลิลิตร และอีกหนึ่งช่องจะไว้ใส่หลอดไฟโดยหลอดไฟที่ ใช้จะเป็นหลอดไฟ LED (light-emitting diode) (5) โดยทำากรต่อขั้วไฟฟ้าเข้ากับเครื่องโพเทนทิโอสแตท (Potentiostat) (4) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ควบคุมศักย์ไฟฟ้า และวัดค่ากระแส หลักการวิเคราะห์ค่าซีโอดี คือ การ สร้างกราฟมาตรฐานระหว่างค่าซีโอดีที่ได้จากการเตรียมสารละลายมาตรฐานสารอินทรีย์ให้มีความเข้มข้น เพื่อให้ได้ค่าซีโอดีต่าง ๆ กับ ค่ากระแสที่ได้จากการเกิดปฏิกิริยาที่ขั้วไฟฟ้าที่ได้พัฒนาขึ้นด้วยหลักการโฟโตอิเล็ก โตรคะตะไลติก