ข้อมูลส่วนที่ 1

เลขที่คำขอ : 1903000843

วันที่ขอ : 09 Apr 2562

วันที่รับคำขอ : 09 Apr 2562

เลขที่ประกาศ : 19383

วันที่ประกาศ : 03 Mar 2565

เล่มที่ประกาศ : 3 / 2565

เลขที่สิทธิบัตร : 19383

วันที่จดทะเบียน : 03 Mar 2565

เอกสารประกาศโฆษณา : Download File

เอกสารคำขอ ณ วันประกาศโฆษณา Download File

ข้อมูลส่วนที่ 2

ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตร : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.)

ตัวแทน :

ผู้ประดิษฐ์/ออกแบบ : นายฉัตรชัย พลเชี่ยว, นางสาวนวลลออ เกียมา

ชื่อผลิตภัณฑ์/สิ่งประดิษฐ์ : กระบวนการกำจัดน้ำมันในน้ำด้วยเทคนิคเซลล์โฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก

สถานะสุดท้าย : ออกหนังสือสำคัญเรียบร้อยแล้ว

วันที่ตามสถานะ : 14 Mar 2565

IPC/ID

E03F

บทสรุปการประดิษฐ์ซึ่งจะปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา Read File : ------17/04/2563------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ กระบวนการกำจัดนํ้ามันในนํ้าด้วยเทคนิคเซลล์ไฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก ภายใต้สภาวะกระตุ้นด้วยแสงและศักย์ไฟฟ้า ตามการประดิษฐ์นี้ มีการปรับปรุงทั้งการพัฒนาขั้วไฟฟ้าด้านแอโนดในการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันเพื่อการกำจัดนํ้ามันในนํ้า และพัฒนาการออกแบบเซลล์ต้นแบบโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติกเพื่อการกำจัดน้ำมันในนํ้า โดยมีขั้นตอน ดังนี้ การพัฒนาการเตรียมขั้วไฟฟ้า บิสมัทวานาเดต ด้วยเทคนิคไซคลิกโวลแทมเมตรีลงบนกระจกนำไฟฟ้าฟลูออรีนโดปทินออกไซด์ ซึ่งเป็นวิธีการเคลือบสารกึ่งตัวนำลงบนกระจกนำไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงในการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันในสารละลายนํ้า และสามารถขยายขนาดสเกลได้เป็นอย่างดี จากนั้นประกอบขั้วไฟฟ้าบิสมัทวานาเดตเป็นขั้วไฟฟ้าแอโนด กับ แผ่นสังกะสีเป็นขั้วไฟฟ้าแคโทดเพื่อประกอบเป็นเซลล์ต้นแบบการกำจัดนํ้ามันในนํ้าด้วยหลักการโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก ที่ทำงานภายใต้การเร่งขั้วไฟฟ้าด้วยแสงและศักย์ไฟฟ้าเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาการกำจัดน้ำมันในนํ้าอย่างมีประสิทธิภาพในขั้นตอนเดียว กระบวนการทำงานไม่ยุ่งยาก รวมถึงการช่วยลดค่าใช้จ่ายในกระบวนการกำจัดได้เป็นอย่างดี ------------ หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ การพัฒนาเซลล์โฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติกสำหรับกำจัดนํ้ามันในน้ำภายใต้สภาวะกระตุ้นด้วยแสงและ ศักย์ไฟฟ้า ตามการประดิษฐ์นี้ มีการปรับปรุงทั้งการพัฒนาขั้วไฟฟ้าต้านแอโนดในการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน เพื่อการกำจัดนํ้ามันในนํ้า และพัฒนาการออกแบบเซลล์ต้นแบบโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติกเพื่อการกำจัดน้ำมัน ในนํ้า โดยมีขั้นตอน ดังนี้ การพัฒนาการเตรียมขั้วไฟฟ้าแอโนด บิสมัทวานาเดต (Bismuth vanadate: BiVOa) ด้วยเทคนิคไซคลิกโวลแทมเมตรีลงบนกระจกนำไฟฟ้า (fluorine doped tin oxide: FTO) ซึ่งเป็นวิธีการ เคลือบสารกึ่งตัวนำลงบนกระจกนำไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงในการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันในสารละลายนํ้า และสามารถขยายขนาดสเกลได้เป็นอย่างดี จากนั้นประกอบขั้วไฟฟ้า บิสมัทวานาเดต (Bismuth vanadate: BiV04) ที่พัฒนาขึ้นเป็นขั้วไฟฟ้าแอโนด กับ แผ่นสังกะสี เป็นขั้วไฟฟ้าแคโทดเพื่อประกอบเป็นเซลล์ต้นแบบ การกำจัดนํ้ามันในนํ้าด้วยหลักการโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก (Photoelectrocatalytic, PEC) ที่ทำงานภายใต้ การเร่งขั้วไฟฟ้าด้วยแสงและศักย์ไฟฟ้าเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาการกำจัดนํ้ามันในน้ำอย่างมีประสิทธิภาพในขั้นตอน เดียว โดยมีวัตถุประสงค์ของการพัฒนาชุดต้นแบบเซลล์เคมีไฟฟ้าด้วยหลักการโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก (Photoelectrocatalytic, PEC) ที่มีประสิทธิภาพสูง ลดขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยาก สามารถบำบัดน้ำเสีย ประเภทนํ้ามันในน้ำให้เสร็จสิ้นในกระบวนการเดียว รวมถึงการช่วยลดค่าใช้จ่ายในกระบวนการกำจัดได้เป็น อย่างดี

ข้อถือสิทธิ์ (ข้อที่หนึ่ง) ซึ่งจะปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา : ------17/04/2563------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ1. กระบวนการกำจัดน้ำมันในน้ำด้วยเทคนิคเซลล์โฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก มีขั้นตอน ดังนี้ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมขั้วไฟฟ้าแอโนดบิสมัทวานาเดต (Bismuth vanadate: BiVO4) บนกระจกนำไฟฟ้า โดยทำความสะอาดกระจกนำไฟฟ้าฟลูออรีนโดปทินออกไซด์ (Fluorine doped tin oxide : FTO)โดยการสั่นสะเทือนด้วยคลื่นอัลตราโซนิค (Ultrasonic) ในสารซักฟอก (det

แท็ก :

สถานะคำขอ

ข้อมูลส่วนที่ 3

เอกสารข้อถือสิทธิ์ Read File

หนังสือสำคัญจดทะเบียน Read File

เอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์ Read File

ภาพเขียนRead File

ข้อถือสิทธฺ์ (ทั้งหมด) ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา :

------17/04/2563------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ1. กระบวนการกำจัดน้ำมันในน้ำด้วยเทคนิคเซลล์โฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก มีขั้นตอน ดังนี้ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมขั้วไฟฟ้าแอโนดบิสมัทวานาเดต (Bismuth vanadate: BiVO4) บนกระจกนำไฟฟ้า โดยทำความสะอาดกระจกนำไฟฟ้าฟลูออรีนโดปทินออกไซด์ (Fluorine doped tin oxide : FTO)โดยการสั่นสะเทือนด้วยคลื่นอัลตราโซนิค (Ultrasonic) ในสารซักฟอก (detergent) เป็นเวลา 15 นาทีจากนั้น ทำการสั่นสะเทือนอีกครั้งด้วยคลื่นอัลตราโซนิค ในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ (Sodiumhydroxide; NaOFI) ความเข้มข้น 1 โมลต่อลิตร เป็นเวลา 30 นาที และสุดท้ายทำความสะอาดด้วยสารละลายเอทานอล และน้ำกลั่นตามลำดับ หลังจากการทำความสะอาดกระจกนำไฟฟ้า ฟลูออรีนโดปทินออกไซด์ (Fluorine doped tin oxide;FTO) แล้ว นำขั้วไฟฟ้าไปต่อกับสายไฟ และบิดรอยต่อและควบคุมพื้นที่ผิวในการเกิดปฏิกิริยาด้วยสารอีพอกซีเรซิ่น (Epoxy Resin) รอจนกว่าอีพอกซีเรซิ่นจะแห้งสนิท นำขั้วไฟฟ้าที่ต่อกับสายไฟเรียบร้อยแล้วไปตรึงกับสารกึ่งตัวนำบิสมัทวานาเดต (Bismuth vanadate; BiVO4) โดยใช้เทคนิคไซคลิกโวลแทมเมตรี (Cyclicvoltammetry deposition : CVD) โดยทำการควบคุมค่าศักย์ไฟฟ้าที่ขั้วไฟฟ้าในช่วง +1.5 ถึง +2.5 โวลต์อัตราการสแกน (Scan rate) 50 มิลลิโวลต์ต่อวินาที (mV/s) และจำนวนรอบต่อการสแกน (number cycleof scan) 1 รอบ ด้วยเครื่องโพเทนซิโอสแตท (1) ใช้กระจกนำไฟฟ้าฟลูออรีนโดปทินออกไซด์ (Fluorinedoped tin oxide; FTO (2) เป็นขั้วไฟฟ้าทำงาน (Working electrode) ใช้ขั้วไฟฟ้าซิลเวอร์/ซิลเวอร์คลอไรด์(Silver/Silver chloride; Ag/AgCl) (3) เป็นขั้วไฟฟ้าอ้างอิง (Reference electrode) และใช้ขั้วไฟฟ้าแพลทินัม (Platinum; Pt) (4) เป็นขั้วไฟฟ้าช่วย (Counter electrode) โดยจุ่มขั้วไฟฟ้าทั้งสามในสารละลายอิเล็กโทรไลต์ (5) ที่มีส่วนผสมของ 10 มิลลิโมลต่อลิตร (mmol/L) บิสมัท(ทรี)ไนเตรตเพนตะไฮเดรต(Bismuth (III) nitrate pentahydrate; Bi(NO3)3 5H2O) และ 35 มิลลิโมลต่อลิตร (mmol/L)วานาดิลซัลเฟต ไฮเดรต (Vanadyl Sulfate, Hydrate; VOSO4.xH2O) ที่ปรับค่าความเป็นกรดด่างด้วยกรดไนตริก จนได้ความเป็นกรดด่าง < 0.5 คนจนกว่าสารจะละลายจนหมด แล้วปรับความเป็นกรดด่างต่อด้วยสารละลายโซเดียมอะซิเตต (Sodium acetate; CH3COONa) ความเข้มข้น 2 โมลต่อลิตร ให้ได้ค่าความเป็นกรดด่างเท่ากับ 4.5 ปรับปริมาตรสุดท้ายด้วยน้ำกลั่นจนมีปริมาตร 50 มิลลิลิตร ในกระบวนการตรึงสารบิสมัทวานาเดตจะมีการควบคุมอุณหภูมิของสารละลายด้วยเตาไฟฟ้า (hot plate) (8) และทำการคนสารละลายอยู่ตลอดเวลาด้วยแท่งแม่เหล็ก (magnetic bar) (7) เมื่อตรึงเรียบร้อยแล้วนำขั้วไฟฟ้าที่ได้ไปเผาที่อุณหภูมิ 500องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง จะได้ขั้วไฟฟ้าบิสมัทวานาเดตบนกระจกนำไฟฟ้าฟลูออรีนโดปทินออกไซด์(Fluorine doped tin oxide; FTO) ตามต้องการ ฟลูออรีนโดปทินออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Fluorinedoped tin oxide/Bismuth vanadate; FTO/BiVO4)ขั้นตอนที่ 2 การประกอบขั้วไฟฟ้ากับเซลล์ต้นแบบ เป็นการประกอบขั้วไฟฟ้าที่เตรียมได้กับเซลล์ต้นแบบเพื่อการกำจัดน้ำมันในน้ำด้วยหลักการโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก (Photoelectrocatalytic, PEC) ประกอบไปด้วยเครื่องควบคุมความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ขั้วไฟฟ้า (9) ทำหน้าที่ควบคุมศักย์ไฟฟ้าที่ขั้วไฟฟ้าแอโนดและแคโทดหลอดไฟ (10) ซึ่งเป็นหลอดไดโอดเปล่งแสง (light-emitting diode : LED) ที่ป้องกันน้ำได้ วางหลอดไฟ หน้า 2 ของจำนวน 2 หน้าประกบติดกับขั้วไฟฟ้าไฟฟ้าแอโนดในสารละลายทุกขั้วดังแสดงในรูป โดยจะต่อขั้วไฟฟ้าแอโนดบิสมัทวานาเดต(11) ที่ได้จากการพัฒนาจากตอนที่ผ่านมา กับขั้วไฟฟ้าบวก (ขั้วไฟฟ้าทำงาน) ทำหน้าที่ออกซิไดซ์ (Oxidize)สารอินทรีย์น้ำมันในน้ำ โดยวางขั้วไฟฟ้าแอโนดสลับกับขั้วไฟฟ้าแคโทดที่ต่ออยู่กับขั้วไฟฟ้าลบ ที่ทำจากแผ่นสังกะสี (12) โดยการต่อท่อน้ำเข้าและออกให้สารละลายไหลผ่านหน้าขั้วไฟฟ้าทั้งสองขั้ว ซึ่งอาศัยแรงดันจากปั๊ม (13) จะทำให้สารละลายผ่านขั้วไฟฟ้าตลอดเวลาทำให้ประสิทธิภาพการกำจัดน้ำมันมากขึ้น ซึ่งมีหลักการทำงานโดยรวมของระบบคือ จะเร่งการเกิดปฏิกิริยาการกำจัดน้ำมันในน้ำด้วยการกระตุ้นขั้วไฟฟ้าแอโนดด้วยแสงที่วางหลอดไฟประกบไว้ทุกขั้ว และเร่งการส่งผ่านประจุด้วยศักย์ไฟฟ้าทำให้เกิดกระบวนการออกซิเดชัน(Oxidation) สารอินทรีย์น้ำมันในน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เรียกหลักการดังกล่าวนี้ว่า โฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก(Photoelectrocatalytic, PEC)2. กระบวบการกำจัดน้ำมันในน้ำด้วยเทคนิคเซลล์โฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก ตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่ง สภาวะการเตรียมขั้วไฟฟ้าฟลูออรีนโดปทินออกไซด์/บิสมัทวานาเดต (Fluorine doped tin oxide/Bismuth vanadate;FTO/BiVO4) ด้วยเทคนิคไซคลิกโวลแทมเมตรีเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันในสารละลายน้ำ คือ ค่าความเป็นกรดด่างของสารละลายอิเล็กโตรไลต์เท่ากับ 4.5 อุณหภูมิของสารละลายอิเล็กโตรไลต์เท่ากับ 40 องศาเซลเซียส จำนวนรอบของการสแกนศักย์ไฟฟ้าเท่ากับ 1 รอบ อัตราการสแกนศักย์ไฟฟ้าเท่ากับ 50 มิลลิโวลต่อวินาที ค่าศักย์ไฟฟ้าในช่วง +1.5 โวลต์ ถึง +2.5 โวลต์ (เทียบกับขั้วไฟฟ้าอ้างอิงซิลเวอร์/ซิลเวอร์คลอไรด์) และเผาที่อุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง และพัฒนาเซลล์ต้นแบบโฟโตริเล็กโตรคะตะไลติกที่เร่งการเกิดปฏิกิริยาด้วยแสง สภาวะที่ดีที่สุดที่สามารถกำจัดน้ำมันในน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ ใช้สารละลายอิเล็กโทรไลต์ 0.1 โมลต่อลิตร โซเดียมซัลเฟต (Sodium sulfate;Na2SO4) ควบคุมศักย์ไฟฟ้าคงที่เท่ากับ 1 โวลต์ ภายใต้การเร่งการเกิดปฏิกิริยาที่ขั้วไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นด้วยแสงและศักย์ไฟฟ้า และเพิ่มการไหลเวียนของสารละลายผ่านขั้วไฟฟ้าด้วยปั้ม ------------ หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ 1. กระบวนการพัฒนาเซลล์โฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติกสำหรับกำจัดน้ำมันในน้ำ มีขั้นตอน ดังนี้ ก. การเตรียมขั้วไฟฟ้าแอโนดบิสมัทวานาเดต (Bismuth vanadate: BiV04) บนกระจกนำไฟฟ้า 1. ทำความสะอาดกระจกนำไฟฟ้าฟลูออรีนโดปทินออกไซด์ (Fluorine doped tin oxide : FTO) โดยการสั่นสะเทือนด้วยคลื่นอัลตราโซนิค (Ultrasonic) ใน สารซักฟอก (detergent) เป็นเวลา 15 นาที จากนั้น ทำการสั่นสะเทือนอีกครั้งด้วยคลื่นอัลตราโซนิค ใน สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ความ เข้มข้น 1 โมลต่อลิตร เป็นเวลา 30 นาที และสุดท้ายทำความสะอาดด้วยสารละลายเอทานอล และน้ำกลั่น ตามลำดับ หลังจากการทำความสะอาดกระจกนำไฟฟ้า FTO แล้ว นำขั้วไฟฟ้าไปต่อกับสายไฟ และบิดรอยต่อ และควบคุมพื้นที่ผิวในการเกิดปฏิกิริยาด้วยสารอีพอกซีเรซิ่น (Epoxy Resin) รอจนกว่าอีพอกซีเรซิ่นจะแห้ง สนิท นำขั้วไฟฟ้าที่ต่อกับสายไฟเรียบร้อยแล้วไปตรึงกับสารกึ่งตัวนำบิสมัสวานาเดต (BiV04) โดยใช้เทคนิคไซ คลิกโวลแทมเมตรี (Cyclic voltammetry deposition : CVD) ดังแสดงรายละเอียดการจัดอุปกรณ์ในรูปที่ 1 โดยทำการควบคุมค่าศักย์ไฟฟ้าที่ขั้วไฟฟ้าในช่วง +1.5ถึง +2.5โวลต์อัตราการสแกน (Scan rate) 50มิลลิ โวลต์ต่อวินาที (mV/s) และจำนวนรอบต่อการสแกน (number cycle of scan) 1 รอบ ด้วยเครื่องโพเทนซิ โอสแตท (1) ใช้กระจกนำไฟฟ้า FTO (2) เป็นขั้วไฟฟ้าทำงาน (Working electrode) ใช้ขั้วไฟฟ้า ซิลเวอร์/ซิล เวอร์คลอไรด์ (Ag/AgCl) (3) เป็นขั้วไฟฟ้าอ้างอิง (Reference electrode) และใช้ขั้วไฟฟ้าแพลทินัม (Pt) (4) เป็นขั้วไฟฟ้าช่วย (Counter electrode) โดยจุ่มขั้วไฟฟ้าทั้งสามในสารละลายอิเล็กโทรไลต์ (5) ที่มีส่วนผสม ของ 10 mM Bi(N03)3 -5FH2O และ 35 mM VOSO4-xH2O ที่ปรับค่า pH ด้วยกรดไนตริก จนได้ pH < 0.5 คนจนกว่าสารจะละลายจนหมด แล้วปรับ pH ต่อด้วยสารละลายโซเดียมอะซิเตต (CH3COONa) ความเข้มข้น 2 โมลต่อลิตร ให้ได้ค่าพีเอซ (pH) เท่ากับ 4.5 ปรับปริมาตรสุดท้ายด้วยน้ำกลั่นจนมีปริมาตร 50 มิลลิลิตรใน กระบวนการตรึงสารบิสมัสวานาเดตจะมีการควบคุมอุณหภูมิของสารละลายด้วยเตาไฟฟ้า (hot plate) (8) และทำการคนสารละลายอยู่ตลอดเวลาด้วยแท่งแม่เหล็ก (magnetic bar) (7) เมื่อตรึงเรียบร้อยแล้วนำ ขั้วไฟฟ้าที่ได้ไปเผาที่อุณหภูมิ 500 ?c เป็นเวลา 1 ซม. จะได้ขั้วไฟฟ้าบิสมัสวานาเดตบนกระจกนำไฟฟ้า FTO ตามต้องการ (FTO/ BiV04) 2.ขั้นตอนการประกอบขั้วไฟฟ้ากับเซลล์ต้นแบบ ตามรูปที่ 2 เป็นการประกอบขั้วไฟฟ้าที่เตรียมได้กับ เซลล์ด้นแบบเพื่อการกำจัดน้ำมันในน้ำด้วยหลักการโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก (Photoelectrocatalytic, PEC) ประกอบไปด้วย เครื่องควบคุมความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ขั้วไฟฟ้า (8) ทำหน้าที่ควบคุมศักย์ไฟฟ้าที่ขั้วไฟฟ้า แอโนดและแคโทด หลอดไฟ (10 ซึ่งเป็นหลอดไดโอดเปล่งแสง (light-emitting diode ะ LED) ที่ป้องกันน้ำได้ วางหลอดไฟประกบติดกับขั้วไฟฟ้าไฟฟ้าแอโนดในสารละลายทุกขั้วดังแสดงในรูป โดยจะต่อขั้วไฟฟ้าแอโนด บิสมัทวานาเดต (11) ที่ได้จากการพัฒนาจากตอนที่ผ่านมา กับขั้วไฟฟ้าบวก (ขั้วไฟฟ้าทำงาน) ทำหน้าที่ ออกซิไดซ์ (Oxidize) สารอินทรีย์น้ำมันในน้ำ โดยวางขั้วไฟฟ้าแอโนดสลับกับขั้วไฟฟ้าแคโทดที่ต่ออยู่กับ ขั้วไฟฟ้าลบ ที่ทำจากแผ่นสังกะสี (12) ดังแสดงในรูป โดยการต่อท่อน้ำเข้าและออกให้สารละลายไหลผ่านหน้า ขั้วไฟฟ้า ทั้งสองขั้ว ซึ่งอาศัยแรงดันจากปั้ม (13) จะทำให้สารละลายผ่านขั้วไฟฟ้า ตลอดเวลาทำให้ หน้า 2 ของจำนวน 2 หน้า ประสิทธิภาพการกำจัดน้ำมันมากขึ้น ซึ่งมีหลักการทำงานโดยรวมของระบบคือ จะเร่งการเกิดปฏิกิริยาการ กำจัดน้ำมันในน้ำด้วยการกระตุ้นขั้วไฟฟ้าแอโนดด้วยแสงที่วางหลอดไฟประกบไว้ทุกขั้ว และเร่งการส่งผ่าน ประจุด้วยศักย์ไฟฟ้าทำให้เกิดกระบวนการออกซิเดชัน (Oxidation) สารอินทรีย์น้ำมันในน้ำอย่างมี ประสิทธิภาพ เรียกหลักการดังกล่าวนี้ว่า โฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก (Photoelectrocatalytic, PEC) 2. การพัฒนาเซลลโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติกสำหรับกำจัดน้ำมันในน้ำตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่ง สภาวะการเตรียม ขั้วไฟฟ้าบิสมัทวานาเดท (FT0/BiV04) ด้วยเทคนิคไซคลิกโวลแทมเมตรีเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการ เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันในสารละลายน้ำ คือ ค่าพีเอช (pH) ของสารละลายอิเล็กโตรไลต์เท่ากับ 4.5 อุณหภูมิ ของสารละลายอิเล็กโตรไลต์เท่ากับ 40 องศาเซลเซียส จำนวนรอบของการสแกนศักย์ไฟฟ้าเท่ากับ 1 รอบ อัตราการสแกนศักย์ไฟฟ้าเท่ากับ 50 มิลลิโวลต่อวินาที ค่าศักย์ไฟฟ้าในช่วง +1.5 โวลต์ ถึง +2.5 โวลต์ (เทียบ กับขั้วไฟฟ้าอ้างอิงซิลเวอรี/ซิลเวอร์คลอไรด์ : vs. Ag/AgCl) และเผาที่อุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง และพัฒนาเซลล์ต้นแบบโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติกที่เร่งการเกิดปฏิกิริยาด้วยแสง สภาวะที่ดีที่สุดที่ สามารถกำจัดน้ำมันในน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ ใช้สารละลาย อิเล็กโทรไลต์ 0.1 โมลต่อลิตรโซเดียม ซัลเฟต ควบคุมศักย์คงที่เท่ากับ 1 โวลต์ ภายใต้การเร่งการเกิดปฏิกิริยาที่ขั้วไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นด้วยแสงและ ศักย์ไฟฟ้า และเพิ่มการไหลเวียนของสารละลายผ่านขั้วไฟฟ้าด้วยปั้ม